เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.)กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่วชาติ(สนช.) แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ให้นับอายุความของคดีในระหว่างที่จำเลยหลบหนีคดี และให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาไต่สวนคดีลับหลังจำเลยได้ว่า ถามว่าการระบุให้กฎหมายไม่มีอายุความและให้สืบพยานลับหลังได้ สอดคล้องกับหลักสากลหรือไม่ แล้วเหตุใดคนออกกฎหมายถึงมาไล่ล่าแต่นักการเมือง คนที่โกงมีแต่นักการเมืองหรือ ข้าราชการและภาคเอกชนไม่มีใครโกงเลยหรือ ข้อเท็จจริงทุกสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี แล้วทำไมไม่มีกฎหมายไปไล่ล่าคนกลุ่มอื่นบ้าง และไม่ว่าจะเขียนกฎหมายให้น่ากลัวเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าการทุจริตจะไม่เกิดขึ้นอีก มันต้องไปแก่ในส่วนอื่นด้วยเช่นการให้ความรู้แก่สังคมถึงผลเสียรุนแรงของการทุจริต
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า หลักการบริหารราชการประเทศไทย ผู้ใช้งบประมาณคือข้าราชการ ฝ่ายการเมืองเพียงแต่เป็นผู้จัดสรรงบประมาณมาให้เท่านั้น การปรับแก้กวดขัดการดำเนินคดีกับนักการเมืองนั้นเห็นด้วย แต่ต้องไปกวดขันในส่วนของข้าราชการด้วยเช่นเดียวกัน จะมุ่งเน้นแต่ฝ่ายการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการทุจริตต้องมีหลายฝ่ายร่วมมือกันไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถทุจริตได้ ส่วนตัวจึงเสนอให้ปรับแก้กฎหมาย ให้ข้าราชการตั้งแต่ ซี 3 ขึ้นไป ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่นเดียวกับนักการเมือง หากมีใครมาขอให้ข้าราชการร่วมมือทุจริตจะได้กลัว และจะช่วยป้องกันการทุจริตในระดับปฏิบัติได้เป็นอย่างดี

