เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงตอบโต้นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ ที่ระบุว่า การขายข้าวไม่ได้คำนึงเรื่องราคาขายเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาเรื่องภาระงบประมาณที่ต้องจ่ายเป็นค่าเก็บรักษา ค่ารมยา และผลกระทบกับอนามัยของมนุษย์และสัตว์ ว่า ก่อนหน้านั้นสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจตรวจสอบสินค้าเกษตรไทย และบริษัท ซี พี เอฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเซอร์เวย์เยอ เข้าไปตรวจสอบข้าวและเป็นบริษัทที่ร่วมในโครงการรับจำนำข้าว และได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง ได้ทำหนังสือถึงนางดวงพร ถึงสองครั้งในเดือนเมษายนและมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อติดต่อขอซื้อข้าวจาก 16 โกดัง ที่ทางกรมฯจะนำไปจำหน่ายในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ในราคา 9,000 บาทต่อตัน โดยระบุว่าจากการตรวจสอบพบว่าข้าวในคลังยังมีคุณภาพที่ปรับปรุงและคนกินได้ แต่นางดวงพร ปฏิเสธที่จะขาย และกลับไปขายในราคา 4,000 บาทต่อตัน โดยที่ไม่มีข้อมูลว่าใช้มาตรฐานใดมาวัดว่าข้าวในสต๊อกเป็นข้าวที่คนกินไม่ได้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรกรมการค้าต่างประเทศจึงไม่ขายข้าวในราคาที่สูงกว่า และใช้มาตรฐานใดวัดว่าเป็นข้าวที่คนบริโภคไม่ได้
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตรวจสอบความถูกต้องในการจำหน่ายข้าว และให้ออกคำสั่งให้เปิดโกดังข้าวทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนและ สื่อมวลชนเข้าไปร่วมตรวจพิสูจน์ว่าเป็นข้าวคนกิน หรือ อาหารสัตว์ และเรียกร้องให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ และนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เข้ามาตรวจสอบ เรื่องนี้โดยเร็ว หากปล่อยไว้อาจจจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากยังเพิกเฉยตนจะนำข้อมูลมาชี้แจงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับขอท้าให้กรมการค้าต่างประเทศรีบฟ้องร้องตนและอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย บางคนที่ยังขุดคุ้ยเรื่องนี้ ว่าให้รีบฟ้องภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อที่ตนจะรีบไปขึ้นศาลและจะขออำนาจศาลให้มีการเปิดโกดังตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้าวที่ขายไปเป็นข้าวที่คนกินได้หรือเป็นอาหารสัตว์ตามที่กรมการค้าต่างประเทศ ขายไปกันแน่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าสิ่งที่ตนและส.ส.เพื่อตรวจสอบนั้นเพื่อประโยชน์ของคนในประเทศ

