‘โฆษก รบ.’เผยรัฐบาลส่งเสริมกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ยากไร้ในกระบวนการยุติธรรมกว่า 2 พันราย เร่งกระจายอำนาจให้กองทุนทั่วประเทศ ลบวาทกรรมคุกมีไว้ขังคนจนให้หมดสิ้น
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายงานล่าสุดจากกองทุนยุติธรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรมว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 -มกราคม 2559 หรือ 1 ปี 3 เดือน มีผู้ขอความช่วยเหลือจากกองทุน 5,983 ราย รัฐให้เงินช่วยเหลือไปแล้ว 2,552 ราย จาก 2,896 เรื่อง ส่วนที่เหลือคือเรื่องไม่เข้าเกณฑ์ บางเรื่องยุติแล้ว และบางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยรัฐบาลให้การส่งเสริมกองทุนยุติธรรมในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เช่น ให้ความรู้ทางกฎหมาย ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หรือขอประกันตัวเพื่อสู้คดี ตลอดจนเยียวยาผู้ถูกละเมิดหรือได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ในปี 2559 รัฐบาลจะทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบมากขึ้น รวมทั้งขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของกองทุน พร้อมกับวางระบบสารสนเทศให้รองรับการทำงานระดับจังหวัด กระจายอำนาจให้กองทุนทั้ง 76 จังหวัดมีความเท่าเทียมกัน เนื่องจากที่ผ่านมาบางจังหวัดมีอำนาจอนุมัติวงเงินไม่เท่ากัน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ สามารถช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมในสังคมทุกมิติ โดยเฉพาะการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ทุกคนสามารถต่อสู้เพื่อเรียกร้องหรือปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างเป็นธรรม เพื่อลบวาทกรรมคุกมีไว้ขังคนจนให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย โดยได้กำชับให้กระทรวงยุติธรรมเร่งพัฒนากลไกการกระจายอำนาจของกองทุนยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกันทุกจังหวัด รวมทั้งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารบทบาทหน้าที่ของกองทุน และช่องทางการขอรับความช่วยเหลือ ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง นอกจากนี้หลักเกณฑ์ในการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ เช่น ผู้ขอรับเงินต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีฐานะยากจน มีความประพฤติดี ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี และการให้ความช่วยเหลือจากกองทุนฯ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับการช่วยเหลือตามกฎหมายอื่น เป็นต้น

