หน้าแรก การเมือง นายกฯชม พศ.ลุ...

นายกฯชม พศ.ลุยปราบโกงเงินวัด ปัดใช้ม.44 เชื่อ ใช้กระบวนการปกติจัดการได้(คลิป)

18.07.17 | 15:37 น.

นายกฯชม พศ.ลุยปราบโกงเงินวัด ปัดใช้ม.44 สางปัญหา เพราะมีกลไกตรวจสอบเยอะ-ใช้กระบวนยุติธรรมจัดการได้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีพระสังฆาธิการบางส่วนไม่พอใจต่อการทำงานของพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการตรวจสอบการทุจริตเงินสนับสนุนเพื่อบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด พร้อมเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผอ.พศ. ว่า ตนขอชื่นชมการทำงานของ พศ.ที่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่คนไทย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์นับถืออยู่ เราจึงต้องทำให้ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในพระพุทธศาสนาต่อไป อย่างไรก็ตามขออย่ารีบตัดสินว่าใครดีหรือไม่ดีทั้งหมด เพราะคนที่เกี่ยวข้องเป็นคนส่วนน้อย ซึ่งเราต้องทำอย่างไรให้ส่วนน้อยตรงนี้ได้รับการแก้ไข จึงต้องนำไปสู่การตรวจสอบ ดังนั้นอย่าเพิ่งไปทำให้เกิดประเด็นขึ้น มิฉะนั้นจะสร้างความขัดแย้งกับพุทธศาสนิกชน หรือกลายเป็นรัฐบาลชุดนี้ถูกกล่าวหาว่าทำลายศาสนาพุทธเพื่อให้ศาสนาอื่นได้เข้ามาแล้วจะถูกเชื่อมโยงกับเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่มันเป็นคนละเรื่องกัน

นายกฯกล่าวต่อว่า การดำเนินการเรื่องดังกล่าวต้องถูกนำเข้าสู่การตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันต้องลดผลกระทบที่จะเกิดต่อศาสนาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ในอดีตที่ผ่านมา หลายประเทศเคยมีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องศาสนา เพราะฉะนั้นประเทศของเราต้องไปไม่ถึงจุดนั้นที่มีการแบ่งแยกหรือทะเลากันเรื่องศาสนา ต้องเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะประเทศไทยมีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งคำสอนของพระพุทธศาสนามีแก่นแท้คือการสอนให้คนสงบสันติ มีคุณธรรม รวมกำลังและรวมจิตใจทำในสิ่งดีงาม ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน แต่ไม่ได้สอนให้คนแบ่งแยกกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยที่ว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาแก้ปัญหาทุจริตเงินวัดหรือไม่นั้น ตนขอถามว่าจะให้เอาไปแก้ปัญหาอะไรในเมื่อเรื่องนี้เป็นการทุจริต ก็ต้องใช้กลไกสำหรับการตรวจสอบที่มีอยู่จำนวนมากไปดำเนินการ รวมถึงมีองค์กรอิสระและกระบวนการศาลยุติธรรม เพียงแต่พศ.ต้องไปสืบหาข้อมูลมาแล้วส่งให้ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) หรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบตามกฎหมาย จากนั้นนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตนจึงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใช้มาตรา 44 อย่างไรก็ตาม

Advertisement

“ผมคิดว่าหยุดกันได้แล้วนะ ค่อยๆดำเนินการกันไป อย่าเร่งมากนัก ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราต้องให้เกียรติพระ แต่ใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ผมคิดว่าทุกคนยอมรับกติกาแม้จะเป็นพระ แต่ทุกคนอย่าทำอะไรให้มันครึกโครมกันมากนัก มิฉะนั้นส่งผลเสียต่อจิตใจ จึงต้องระมัดระวัง ขณะที่สื่อก็ต้องช่วยกันด้วย”นายกฯกล่าว