“สุรชัย” งง ข่าวเพิ่มโทษทุจริตถึงขั้นยุบพรรค ยันอย่าพึ่งผวา ย้ำแนวทางถ้าไม่เกี่ยวกับประเด็นกรธ.โต้แย้งแตะไม่ได้
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า การตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วมร่างพรรคการเมือง จะใช้ข้อโต้แย้งของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เป็นหลัก ว่ามีประเด็นใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จะศึกษาเป็นรายประเด็น ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของที่ประชุมกมธ.ร่วม ถ้าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อโต้แย้ง ก็จะนำไปสู่การปรับปรุงบทบัญญัติที่ได้ผ่าน วาระสามของที่ประชุมสนช.ไปแล้ว แต่ถ้าเห็นว่าข้อโต้แย้งไม่มีเหตุผลรับฟัง จะคงตามร่างเดิมของสนช. ส่วนข้อเสนออื่นๆ จะรับไว้ไปพิจารณาต่อไป ว่าตรงกับประเด็นที่กรธ.โต้แย้งหรือไม่ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่ ถ้ามีจะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขได้ ถ้าไม่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถไปแก้ไขได้ เป็นกติกาที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 267
เมื่อถามถึงกรณีมีข้อเสนอว่า หากเกิดการทุจริตในขั้นตอนไพรมารีโหวตของพรรค อาจมีโทษแรงถึงยุบพรรคว่า นายสุรชัย กล่าวว่า ตรงนั้นไม่ได้อยู่ในประเด็นที่กรธ.โต้แย้งมา ร่างเดิมที่ผ่านสนช. ก็ไม่มีโทษของขั้นตอนไพรมารีโหวต ตนไม่รู้ข่าวมาได้อย่างไร หากสมมติว่า ข้อเสนอดังกล่าว สนช.เห็นว่า มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง และทางกรธ.โต้แย้งมาว่า การทุจริตในขั้นตอนไพรมารีโหวต ไม่ได้กำหนดโทษ และที่ประชุมกมธ.ร่วม เห็นควรให้เพิ่มเติมโทษ ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปศึกษากันอีก อาทิ เรื่องอัตราโทษ โดยที่สุด จะถูกตัดสินด้วยที่ประชุมสนช. อย่าเพิ่งไปคาดเดา กมธ.ร่วมยังไม่ได้เริ่มปรึกษากันเลย
เมื่อถามว่า หากมีการระบุว่า ไพรมารีโหวตเป็นเรื่องภายในพรรคการเมือง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง แล้วใครจะเป็นผู้รักษากฎหมาย นายสุรชัย กล่าวว่า ถือเป็นโจทย์ที่เราต้องช่วยกันคิดออกแบบ ขณะนี้มีอยู่ 2 แนวคิด 1.ให้เป็นกิจการภายในของพรรคบริหารจัดการกันเอง หรือ 2.ควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เข้าไปช่วยดูแลรับผิดชอบ ซึ่งหากเป็นกรณีหลัง เท่ากับว่าไพรมารีโหวต เป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกรอบอำนาจหน้าที่ของ กกต. แต่ถ้าหากไม่นับว่าไพรมารีโหวต เป็นส่วนหนึ่งของกรนะบวนการเลือกตั้ง กกต.ไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอเวลาไปศึกษาแลกเปลี่ยนกันก่อน ตนพูดคนเดียวเดี๋ยวจะหาว่า ยังไม่เริ่มประชุมเลย แต่ตนมีความเห็นแล้ว

