บิ๊กตู่ขู่ปลุกระดม-ใช้สื่อออนไลน์กระทบความสงบ ผิดกฎหมายโดนหมด แจง จนท.อายัดบัญชี “ปู” ตามขั้นตอน ชี้ทหารอยู่ภายใต้รัฐบาล ถ้าไม่มีความไม่สงบ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงใกล้วันพิจารณาคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้มีหลายคดีที่สำคัญ ทำไมต้องสำคัญแค่คดีเดียว ในทุกคดียังไม่บอกว่าใครผิดหรือถูก เพราะเป็นเรื่องของศาล ขออย่าไปละเมิดศาล ก็เท่านั้นเอง การเคลื่อนไหวข้างนอก การปลุกระดมต้องระวัง อาจผิดกฎหมาย ถ้าพูดอะไรที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง ทำให้กระทบต่อความสงบเรียบร้อย กฎหมายมีบัญญัติไว้ตามมาตรา 116 นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พวกที่เขียนอยู่ในเว็บต่างๆ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ระวังจะโดนทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่กรมบังคับคดีทำการยึดทรัพย์และอายัดบัญชีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันตอนนี้ เพราะเป็นเพียงขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่ออนาคตหากมีการตัดสินอะไรขึ้นมา ก็จะมีการถามกันว่าไม่ได้เตรียมอะไรกันไว้เลยหรือ เจ้าหน้าที่ก็จะโดนอีก วันนี้เขาจึงต้องมีการเตรียมการ มีการตรวจสอบกัน ช่วงที่ผ่านมาบุคคลที่เข้ามาอยู่ในกระบวนการการเมืองก็จะต้องมีการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ต้องมีการตรวจสอบเมื่อออกจากตำแหน่งแล้วตามขั้นตอน เพียงแต่พอมีข่าวหลุดออกมาในสังคมก็กลายเป็นว่าเขาผิด ซึ่งความจริงวันนี้เขายังไม่ผิด จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสิน และเมื่อศาลตัดสินแล้วถึงจะมีการดำเนินการต่างๆ ได้ ไม่ใช่ว่าจะไปตั้งใจยึดทรัพย์ก่อน เป็นเพียงขั้นตอนการทำงานของข้าราชการที่เขาต้องทำงานแบบนี้
“ผมได้บอกให้กรมบังคับคดีดำเนินการชี้แจงต่างๆ แล้ว ว่าไม่ใช่เรื่องของการไปยึดทรัพย์อะไร กระทรวงการคลังที่เขาพูดออกมาเพราะเขาได้ทำข้อมูลไปแล้ว เขาก็ไม่อยากให้พวกสื่อไปซักเขามาก ผมก็ได้บอกเขาว่า อะไรที่ยังไม่ใช่เวลา ก็ยังไม่ต้องพูด มันจะกลายเป็นว่าเราไปรังแกเขา จึงอยากฝากไปถึงพ่อแม่พี่น้องข้างนอกด้วย ให้เข้าใจระบบข้าราชการว่าต้องมีการเตรียมการเอาไว้ ทั้งหมดสุดแต่ว่าผลทางคดีจะว่าอย่างไร ถ้าไม่ผิดก็จบ ไปยึดทรัพย์อะไรใครไม่ได้ ก็แค่นั้น แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็ต้องดำเนินการต่อให้ได้ ต้องเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้นเอง วันนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่าใครผิด ใครถูก เพราะเป็นหน้าที่ของศาล ผมไม่ใช่ศาล” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้คนส่วนใหญ่สนใจที่ปลายเหตุ หรือปลายทางในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะหมดไปได้อย่างไร หากจิตใจ หรือจิตสำนึกยังไม่มี ประเทศก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เคลื่อนไหวกันไปมา แล้วก็เรียกร้องว่าต้องการไปเลือกตั้ง ในข้อเท็จจริงพวกคุณจะต้องทำให้สถานการณ์สงบก่อน
“ผมเองก็ยังไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง เป็นเรื่องของพวกคุณทั้งนั้นที่ทำกันมา ในส่วนของการปรองดองที่เขียนไว้ 10 ข้อ ก็มีเขียนชัดเจนว่าทหารมีหน้าที่ทำอะไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ทหารก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐบาล ผมก็เคยเป็นข้าราชการในรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ใช่หรือ เว้นแต่มีเรื่องราวเกิดขึ้น สถานการณ์ไม่สงบ มันก็จำเป็น แค่นั้นเอง ถ้ามันไม่เกิดเรื่องเหล่านี้ ไม่มีเรื่องคดีความ ไม่ทำให้บ้านเมืองแตกแยก ไม่ทำให้ประชาชนต้องนำอาวุธมายิงมาฆ่ากันจนทำงานไม่ได้ ผมก็ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว การที่จะนำทหารมาปราบปรามก็ต้องไปดูว่ากลุ่มไหน ทำอะไร ไม่ใช่มัวแต่คิดว่าวันนี้ทำไมไม่ทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ มันคนละอย่าง ต้องไปดูที่พฤติกรรม ถ้าพฤติกรรมที่ไปยิงใส่สถานที่ราชการ ศาล ทหารจำเป็นต้องทำหรือไม่ แต่ถ้าไปตีกันข้างนอก ห้ามปรามเดี๋ยวก็หยุด อย่ามัวไปเปรียบเทียบว่าวันนี้เขาเดินขบวนกันอย่างนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เราต้องมีหลักการที่มั่นคง ถ้าไม่ทำร้ายประชาชน ไม่ทำให้ประชาชนเสียชีวิต ไม่ทำให้สถานที่ราชการเสียหาย ไม่ยิงใส่วัดพระแก้ว คลังน้ำมัน ถามว่าแล้วใครยิง ก็ต้องไปสอบสวนกันมา ซึ่งความเป็นจริงแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากทำ เพราะเป็นประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย แต่ต้องไปหาวิธีว่าคนที่ลงมือกระทำ ต้องทำอย่างไร กฎหมายผิดตรงไหน ก็ไปว่ากันมา

