บรรทัดฐาน-คดีร้อน

29.07.17 | 14:12 น.
(แฟ้มภาพ)

คดีใหญ่วนมาบรรจบตัดสินพร้อมกันในเดือนสิงหาคมที่จะถึงในไม่กี่วันนี้ เดือนหน้าจึงเป็นเดือนแห่งความระทึก อกสั่นขวัญแขวน

โดยเฉพาะในหมู่ผู้ตกเป็นจำเลย นักการเมืองใหญ่น้อย

ผลของคดีเท่ากับเป็นการตัดสินอนาคตทางการเมือง และทุกสิ่งอย่าง อันขึ้นอยู่กับผลผูกพันของคำสั่ง ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงในทางสังคมด้วย

ไม่ว่าจะเป็น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สองอดีตนายกรัฐมนตรี ไฮไลต์ตัวเอกของท้องเรื่อง คดีสลายชุมนุมพันธมิตรปิดล้อมรัฐสภาวันแถลงนโยบายรัฐบาลปีž51 ที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาวันพุธที่ 2 สิงหาคม

คดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานความผิดปล่อยปละละเลยโครงการรับจำนำข้าว นโยบายสำคัญของพรรรคเพื่อไทย และคดีการทุจริต การระบายข้าวแบบจีทูจี อันมีอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย อย่าง

Advertisement

บุญทรง เตริยาภิรมย์ ภูมิ สาระผล ฯลฯ ติดร่างแห

ทุกผู้นามต่างใจเต้นรัวในวันตัดสิน 25 สิงหาคม

ก่อนถึงวันพิพากษา 2 คดี

มีผู้วิเคราะห์ คาดการณ์แนวโน้มผลการตัดสินคดีต่างๆ นานา

ทำนายโดยยืนอยู่บนพื้นฐาน พิงหลักกฎหมายวิชาการบ้าง

โดยอาศัยประสบการณ์ ร่องรอยจากคำตัดสินคดีเก่าๆ ที่ผ่านมา ตามความคิด ความเชื่อแต่ละคนบ้าง

แต่ก็เป็นเพียงการวิเคราะห์ คาดการณ์เท่านั้น

เนื้อในแต่ละคดีมีความเหมือน ความต่าง ไม่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว

แนวโน้มที่จะออกมาในลักษณะ ถอดแบบจากแม่พิมพ์คดีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยตกเป็นฝ่ายถูกร้อง-จำเลยที่ผ่านหูผ่านตามา อย่างที่พยากรณ์เอาไว้ตามความคิดความเชื่อ ที่มุ่งให้น้ำหนักความเป็นวาระ จึงไม่ต่างจากคำทำนายของหมอดู-หมอเดา

กล่าวคือ ความแม่นยำ น่าเชื่อถือไม่มี

เพราะเป็นการเดาสุ่ม อาจเดาถูกก็ได้ อาจผิดก็ได้

คือมันแน่นอนอยู่แล้ว ผลของคำพิพากษา ถ้าไม่ถูก ก็ต้องผิด และในกรณีผิด จะผิดมาก ผิดน้อย ต้องรับผิดแค่ไหน อย่างไร ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้หรอก

ฉะนั้น หมอดูการเมือง ก็ต้องพยากรณ์ออกมาใน 2 แนวนี้

และก็ต้องมีคนคาดผิด มีคนฟันธงถูกอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ ความคิดความเชื่อที่นำมาวางเป็นข้อมูล ชี้ทิศทางแนวโน้ม สั่งสมและมาจากไหนกัน

ทั้งนี้ ไม่ว่าการตัดสินจะออกมาอย่างไร

ผลของคดี โดยเฉพาะคดียิ่งลักษณ์ จะส่งผลกระเทือนต่อการเมืองวงกว้าง

ประการสำคัญ จะเป็นบรรทัดฐานใหม่

เริ่มจากบันไดขั้นแรก เรื่องนโยบายสาธารณะ ถึงโรงถึงศาลได้ ต่อไปนายกรัฐมนตรี ผู้นำรัฐบาลต้องรับผิดชอบผลพวงการดำเนินนโยบาย

อีกระดับขั้น คือผลการตัดสิน ซึ่งไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ก็น่าจะนับเป็นบรรทัดฐานใหม่ได้เช่นกัน

น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ บรรทัดฐานนี้ ในอนาคตภายภาคหน้าจะเป็นบรรทัดฐานทั่วไป หรือบรรทัดฐานใด