หน้าแรก การเมือง พะจุณณ์ ร้องผ...

พะจุณณ์ ร้องผู้ตรวจ จี้สอบ สตช. แจ้งดำเนินคดีซื้อขายตำแหน่งไม่ชอบ(คลิป)

7.03.16 | 13:52 น.

พะจุณณ์ ร้องผู้ตรวจ สอบ สตช. แจ้งดำเนินคดีซื้อขายตำแหน่งไม่ชอบ ยัน 10 มี.ค. พร้อมไปรับทราบข้อกล่าวหา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายธาวิน อินทรจำนงค์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีและพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.ออกหมายเรียกผู้ต้องหาโดยต้องหาว่าหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จว่าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ นายนิติธร กล่าวว่า ตามข่าวมีข้อความสำคัญ 3 ส่วน คือ พลเรือเอก การซื้อขายตำแหน่ง และในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องพิจารณาเสียก่อนว่า ที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์พูด หรือที่ปรากฏทางข้อความแชตไลน์ มีการยืนยันตัวบุคคลหรือไม่ ซึ่งจาก 3 ข้อความดังกล่าวไม่สามารถยืนยันได้ว่าพลเรือเอกดังกล่าวเป็นใคร ขณะเดียวกันข้อความก็ไม่ได้มีการระบุสำนักงานตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง หรือไปเกี่ยวข้องกับพลเรือเอกอย่างไร ซึ่งพนักงานสอบสวนการรับข้อกล่าวหารับได้ แต่การจะตั้งข้อกล่าวหาหรือทำให้ใครตกเป็นผู้ต้องหาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความก่อนว่าพลเรือเอกที่มีการกล่าวหาเป็นใคร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวข้องอย่างไร จึงเห็นว่าการตั้งข้อกล่าวหาและการออกหมายเรียกไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าพลเรือเอก ที่ถูกระบุในแชตไลน์ไม่ใช่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ นายนิติธร กล่าวว่า ตอนที่ปรากฎเป็นข่าวนั้นไม่ทราบว่าหมายถึงใคร มารู้อีกทีตอนได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนแล้ว

Advertisement

ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายทำหน้าที่ ซึ่งหากเห็นว่ามีสิ่งใดต้องดำเนินการก็ให้ดำเนินการไปได้ เลยรวมถึงถ้าพิจารณาว่าจำเป็นต้องฟ้องกลับกับผู้ใดหรือไม่ก็ให้ดำเนินการไป ยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารงานของตำรวจเป็นการทำหน้าที่ในฐานสปท. โดยก่อนหน้านี้ตนมีตำแหน่งเป็นประธานอนุกรรมการปฎิรูปโครงสร้างตำรวจของสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) แม้ว่าต่อมาจะมีการยุบอนุฯไปแล้วแต่ก็ยังสนใจงานด้านนี้อยู่ และที่ต้องการให้มีการปฏิรูปตำรวจก็เพื่อให้ตำรวจมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรีเป็นที่รักของประชาชน ซึ่งในข้อเท็จจริงการปฏิรูปตำรวจต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่ปัญหาคือจะไปได้มากน้อยแค่ไน สิ่งหนึ่งที่เราต้องการคือการปฏิรูปตำรวจ โดยตนคิดว่าปัจจุบันประชาชนทนได้กับปัญหาทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง แต่ทนไม่ได้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น หากรัฐบาลแก้ไขได้คิดว่าประชาชนยอมรับได้ และทนได้ 5 ปี 10 ปีกับสภาวะการเมือง และเศรษฐกิจที่เป็นแบบนี้

“กรณีของผมถ้าสามารถเป็นจุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจได้ ผมถือว่าผมรับได้ทั้งหมดกับอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นกับผม และยืนยันผมไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร ซึ่งในวันที่ 10 มีนาคมนี้ก็จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก แม้จะมีหลายฝ่ายไม่อยากให้ตนไปก็ตาม แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน ก็เห็นว่าจำเป็นต้องไป”

เมื่อถามต่อว่า ตั้งแต่เกิดปัญหาได้มีการหารือกับทางกองทัพหรือนายทหารคนใดหรือไม่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวว่า ไม่เคย จริงๆ ผมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชอบกันมาก เรียกได้ว่าเป็นพี่เป็นน้องที่สนิทกันให้ความช่วยเหลือกัน แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้เกิดเรื่องขึ้นมา