“สมชัย” เขียนจม.เปิดผนึกถึง “พรเพชร” ระบายความรู้สึกหลังถูกสนช.ลงมติเซ็ตซีโร่ จ่อใช้สิทธิยื่นศาลรธน.ตีความ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 31 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงจดหมายเปิดผนึกถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โดยมีเนื้อหา 3 หน้ากระดาษเอสี่ มีใจความว่า วันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเพื่อเซ็ตซีโร่กกต. สรรพเหตุผลที่หยิบยกมาคือ เพื่อประโยชน์ของการปฏิรูปการเมือง เรียกร้องให้กกต. รู้จักเสียสละเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แต่วันที่สนช. ลงมติให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เป็นองค์กรอิสระเช่นเดียวกับกกต.ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ โดยมิสนใจว่าบุคคลจะมีคุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่ตนปรารถนามิใช่การได้ชัยชนะในการอยู่ในตำแหน่งต่อ แต่ปรารถนาให้สังคมที่ปกครองด้วยหลักนิติรัฐ การออกกฎหมายที่เป็นเหตุผล การปฏิบัติหน้าที่ของสภาอันทรงเกียรติที่จะเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เห็น แหงนหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน เมื่อวันหนึ่งผมเจอท่านประธานหรือสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอื่นๆ ไม่ต้องมีคำกล่าวว่า รู้ว่าไม่ถูกแต่จำเป็นต้องทำ
นายสมชัย กล่าวต่อว่า แม้การออกกฎหมายขององค์กรอิสระยังเหลืออีก 2 องค์กร คือ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. เมื่อสามองค์กรแรก คือ กกต. กสม. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านการพิจารณาภายใต้มาตรฐานที่แตกต่างกันไปแล้ว ผลการพิจารณาองค์กรที่เหลือไม่ว่าจะเป็นไปทางใด ก็ไม่สามารถลบเลือนคำว่าหลายมาตรฐานได้ หวังว่าหลักการที่ถูกต้องในการไม่เลือกปฏิบัติ เป็นไปอย่างมีเหตุผลและไม่ลิดรอนสิทธิของผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนหน้า จะไม่ถูกนำไปใช้ในองค์กรที่เหลือ แม้อาจจะมีความตั้งใจให้ศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช.อยู่ต่อไปจนครบวาระ โดยไม่ใส่ใจกับผลการลงมติ ที่ผ่านมาแต่ตนอยากเป็นเสียงหนึ่งในการสนับสนุนท่านในการลงมติตามแนวทางดังกล่าวด้วยความจริงใจ มิใช่การประชดประชัน
นายสมชัยกล่าว สำหรับการแก้คืนในสิ่งที่ตนเห็นว่ายังไม่ถูกต้องนั้น ในฐานะส่วนบุคคล จึงจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่ในการดำเนินการ และต้องเรียนว่ามิใช่เป็นไปเพื่อการรักษาตำแหน่ง แต่เพื่อให้หลักการที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นต่อสังคมไทย จะดำเนินการทันทีเมื่อมีความพร้อมในด้านเอกสาร
เมื่อถามว่า จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญกรณีเซ็ตซีโร่หรือไม่นายสมชัยกล่าวว่า สิทธิส่วนบุคคลสามารถยื่นได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล คาดว่าจะยื่นคำร้องภายในสองสัปดาห์นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเขียนคำร้องโดยจะทำอย่างรอบคอบและมีสาระ เขียนได้สมบูรณ์ 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว หากจะไปยื่นคำร้องเมื่อใดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งและจะเดินทางไปยื่นคำร้องด้วยตนเอง กรณีนี้ทำโดยส่วนตัวโดยไม่ได้แจ้งกกต.คนอื่น คิดว่าเป็นการใช้สิทธิเท่านั้น ไม่ได้คิดว่ายื่นแล้วจะได้ผลอย่างไร เพื่อเป็นการให้หลักกับสังคมว่าในการตรากฎหมายหรือทำอะไร ต้องมีเหตุผลที่สมควร

