‘ดี้ นิติพงษ์’ยันยิ่งลักษณ์พูด’ยกฟ้องโจทก์’ถูกต้องตามภาษากฎหมาย ขอฝ่ายเชียร์-ฝ่ายแช่งสงบ ใช้น้ำใจนักกีฬา

2.08.17 | 12:40 น.

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ “ดี้” นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดคำว่า “ยกฟ้องโจทก์” ขณะแถลงปิดคดีจำนำข้าวนั้นถูกต้องแล้วตามภาษากฎหมาย

“ดราม่าเล็กๆ…ในเรื่องไม่ใช่เรื่อง…..
ถ้อยความสุดท้ายที่คุณยิ่งลักษณ์แถลงต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเมื่อวานนี้….
“ดิฉันเชื่อในคำกล่าวที่ว่า ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ดิฉันจึงขอความเมตตาต่อศาล ได้โปรดพิจารณาพิพากษา ยกฟ้องโจทก์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ”
แล้วก็เป็นประเด็น…ว่าคุณยิ่งลักษณ์พูดผิดในคำว่า “ยกฟ้องโจทก์” ซึ่งฟังดูเหมือนพูดว่า จำเลยไปขอยกฟ้องโจทก์ได้ยังไง ในขณะที่โจทก์ต่างหากที่ฟ้องจำเลย…
มันน่าจะใช้คำว่า ขอให้ “ยกฟ้องจำเลย (อย่างดิฉัน)”
ก็เลยฮือฮาว่า คุณยิ่งลักษณ์พูดผิดพูดถูกอีกแล้ว เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา…
คนไทยเราด้วยกันน่ะนะ…แม่ประไพ…
ฉันว่า อะไรถูกก็ถูก อะไรผิดก็ผิด…
ลดการเหมารวมว่าผิดหมด ถูกหมดกันได้ จะทำให้สังคมร่มเย็นนะ
กรณีนี้ ผู้รู้ทางภาษากฎหมายเขายืนยันแล้วว่า…คำว่า “ยกฟ้องโจทก์” มีความหมายว่า “ยกคำฟ้องของโจทก์(ที่มีต่อจำเลยอย่างดิฉัน)”…..ซึ่งถูกตามภาษากฎหมายแล้ว
ฉันก็เชื่อว่า ทีมกฎหมายของคุณยิ่งลักษณ์ก็คงมีความรู้ความสามารถในอันที่จะช่วยร่างคำแถลงได้อย่างถูกต้องตามสำนวนกฎหมายอยู่แล้ว….
เรื่องราวในคดีที่สืบสวนสอบสวนไต่สวนกันมาในเรื่องจำนำข้าว ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าทีสืบสวนสอบสวน ถึงอัยการ และบัดนี้ก็ถึงศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว
ถ้าทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเชียร์หรือฝ่ายแช่ง ช่วยสงบกันหน่อย มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา….แล้วรอคำตัดสินของศาลกันเถิด
อย่าได้เยาะเย้ยไยไพอะไรกันนักเลย….
ทั้งกองเชียร์กองไม่เชียร์ ต่างก็ต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน…
ช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ…หน้าไพ่จะออกมายังไงไม่รู้ พ่อทิดเอิบเอ๋ย….
ฉันอยากเห็นภาพนี้เสียจริง…
ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ต้องโทษ…ฉันอยากให้ฝ่ายไม่ชอบคุณยิ่งลักษณ์วางอุเบกขา และมีเมตตา อโหสิกรรม และเข้าใจหัวอกฝ่ายที่รักคุณยิ่งลักษณ์บ้าง…และอยากให้ฝ่ายที่รักคุณยิ่งลักษณ์ยอมรับคำตัดสินด้วยความสงบ…
ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ไม่ต้องโทษ…ฉันอยากให้ฝ่ายไม่ชอบคุณยิ่งลักษณ์หยุดการแสดงความไม่พอใจ ให้เคารพที่ศาลตัดสิน แล้วจบ…และอยากให้ฝ่ายที่รักคุณยิ่งลักษณ์มีความสุขโดยที่ไม่ต้องเฉลิมฉลองเฮฮาชุดใหญ่ไฟกระพริบอะไร…
ฉันแค่อยากให้เรื่องที่เขม็งเกลียว มันผ่อนคลาย…
ฉันไม่หวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะรักใคร่กลมเกลียวกันได้ ปรองดอง ปริงดิงอะไรโลกสวยขนาดนั้น…
เอาแค่ ต่างฝ่ายต่างอยู่กันในชุมชนของแนวคิดของตนได้…ไม่ต้องตะโกนด่าท้ารบข้ามแนวเส้นขนานกันไปมา….ก็พอแล้ว
แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มของการปรองดองเล็กๆ คือการไม่เอาความคิดแตกต่าง มาเป็นประเด็นฟาดฟันกัน…
คิดต่างก็อยู่คนละมุม…
นักมวยเขาก็ยังอยู่คนละมุม คนละสี
ถึงเวลาก็ชกกันบนเวที มีกรรมการที่นักมวยต้องเคารพ
ลงจากเวทีก็ไม่ต้องชกกัน…พูดคุยกันได้
ถ้าคนเราใช้วิธีคิดที่เจริญแล้วแบบน้ำใจนักกีฬา…
จะรู้ว่า ถึงจะเป็นคู่ต่อสู้กัน แต่ก็ทำไปตามหน้าที่
ที่สำคัญคือ….
แข่งกัน ฟาดฟันกันในประเทศ ก็จัดหนักกันให้เต็มที่…
เหมือนบอลไทยพรีเมียร์ลีก ก็สู้กันเองเต็มที่ อย่างมีเหตุผล
แต่เมื่อไหร่ ต้องร่วมกันเป็นทีมชาติ….
ไม่ว่ามึงจะมาจากสโมสรไหน…มึงต้องเป็นไทยเดียว
เข้าใจไหม…มึงต้องเป็นไทยเดียว
แล้วเป็นทีมชาติ ไปแข่ง ไปฟาดฟันกันทีมชาติอื่นเขา
อีกทีนะ…
คนไทย…จะสีไหน จะภาคไหน จะศาสนาไหน ฯลฯ
ตอนเล่นกีฬาแห่งชาติ…ก็สู้กันเอง ก็ถูกแล้ว..
แต่ถ้าไปซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิค
มึงจะสีเหลือง สีแดง สลิ่มหอกหักห่าเหวอะไร
จะพุทธคริสต์อิสลามฮินดูซิกส์ ฯลฯ
มึงคือคนไทยจ้ะ….
ทะเลาะกันเองได้…พี่น้อง
แต่ถ้ามีใครมาด่าพ่อแม่เรา ด่าพี่ด่าน้องเรา…
มึงช่วยวางเรื่องทะเลาะกันเองไว้ก่อนดีมะ…
กูอยากด่า อยากเตะพี่ชาย ตบน้องสาวกู นินทาพ่อแม่กูบ้าง…
แต่คนอื่น อย่าแตะพ่อแม่พี่น้องกูสักแอะเดียว…”