หน้าแรก การเมือง นักวิชาการเมื...

นักวิชาการเมืองคอน แนะใช้ยาแรงกม. 4ชั่วโคตร ปราบทุจริต ชี้เป้า ข้าราชการ

2.08.17 | 21:54 น.

นักวิชาการเมืองคอน แนะใช้ยาแรงปราบโรคร้าย กม.4 ชั่วโคตร

กรณี ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. … โดยรัฐบาลตั้งใจจะใช้กฎหมายดังกล่าวกับ ข้าราชการทุกระดับ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและครอบคลุมไปถึงญาติ 4 ลำดับ คือ บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส และพี่น้องร่วมบิดามารดา ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กระบวนการของกฎหมายฉบับนี้ทั้งหมด เพื่อให้มีความสุจริต ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนหรือเอาผลประโยชน์ส่วนตนไปปนประโยชน์ส่วนรวม

วันที่ 2 สิงหาคม 2560 รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ สำนักศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าหาก กม.นี้ผ่านออกมาได้ ถือว่าเป็นยาแรงที่สามารถหยุดโรคร้ายขั้นรุนแรงได้ เพราะ กม.เป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และก่อนออก กม.ได้ ก็ต้องพินิจพิเคราะห์ว่าบ้านเมืองเกิดปัญหาอะไร
“ วันนี้รัฐบาลเองก็ตระหนักว่าโรคร้ายที่รุนแรงสำหรับประเทศไทย คือเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ที่ระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ และกลุ่มคนที่ถูกมองข้ามก็คือกลุ่มข้าราชการ ไม่ว่าจะออก กม. 3 ชั่วโคตร 4 ชั่วโคตร 5 ชั่วโคตร ล้วนเป็นยาแรงเพื่อปราบทุจริตคอรัปชั่น แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องดูสังคมรอบข้างประเทศศิวิไลซ์บ้านเมืองเขามีการทุจริตหรือไม่ หากไม่มีก็เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะต้องโชว์ศักยภาพว่าเราสามารถทำได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และหากว่าลงมือให้ กม.ฉบับนี้แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอะไร ไม่อยากเห็น กระบวนการจัดการเป็นแบบลูบหน้าปะจมูก ถึงเวลาฟันก็ต้องฟัน”

ต่อข้อถาม กม.ฉบับนี้จะขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ว่า เมื่อถึงเวลาปราบโกงแล้วหลักสิทธิมนุษยชนก็ต้องลืมๆไปบ้าง ถ้าจะแก้ปัญหาในเรื่องใดแล้วมัวแต่กังวลหลักสิทธิมนุษยชนก็ไม่ต้องทำอะไรกัน เพราะการทุจริตคอรัปชั่นเรามองไปถึงนักการเมือง เรามองข้ามข้าราชการไปเพราะขั้นตอนการทุจริตเบื้องต้นเริ่มมาจากข้าราชการ เพราะฉะนั้นตามความคิดเห็นส่วนตัวแล้วเห็นด้วย ยาแรงต้องคู่กับโรคร้ายขั้นรุนแรง แต่กว่าจะผ่านกระบวนการนี้ได้ ก็ต้องผ่านข้าราชการซึ่งเป็นผู้ออก กม.ฉบับนี้ จะเล่นแร่แปรธาตุหรือไม่ต้องจับตามองอีกครั้ง