มติเสียงข้างมาก ศาลรธน. ไม่รับคำร้องกกต. ชี้ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรธน. ชี้ มีแค่ 2 ช่องทาง “สนช.-นายกฯ “ เท่านั้น พร้อมเตรียมส่งร่างมาตรฐานจริยธรรมให้ปธ.สนช.-บิ๊กตู่”ดำเนินการตามรธน.219 ภายใน 2 สัปดาห์
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ยื่นให้พิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 27 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นเวลา 16.00 น. นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุม ว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก ไม่รับคำร้องของกกต.ไว้พิจารณา เนื่องจากการส่งคำร้องของกกต.ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างกฎหมาย จึงเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) มาตรา 232 ประกอบมาตรา 148 และมาตรา 263 ได้กำหนดให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เสนอความเห็นต่อประธานสนช.หรือให้นายกรัฐมนตรี ส่งความเห็นมายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายประกาศใช้แล้วตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 210หน่วยงานหรือองค์กรที่เห็นว่าอำนาจหน้าที่ของตนเองมีปัญหาก็สามารถใช้สิทธิยื่นตรงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2)
เมื่อถามว่า ส่วนกรณีที่กกต.บางคนจะใช้สิทธิส่วนตัวในการยื่นคำร้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 นายพิมล กล่าวว่า มาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของการกระทำที่กระทบสิทธิเสรีภาพตามที่รับธรรมนูญกำหนด ซึ่งตรงนี้ศาลก็ได้วางแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาว่าผ่านการพิจารณาการเยียวยาจากองค์กรที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศาลลำบากใจ และต้องระมัดระวังในการพิจารณาเพราะหากใช้อำนาจกว้างมากเกินไป ก็อาจไปกระทบอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่นื อีกทั้งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่ กรธ.กำลังยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งศาลก็ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
นายพิมล กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมหารือกับประธานองค์กรอิสระอื่นๆ เพื่อพิจารณาการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากองค์กรอิสระมาปรับปรุงแก้ไขในความเห็นและข้อเสนอขององค์กรต่างๆ โดยที่ประชุมมอบหมายให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ส่งร่างฯ ดังกล่าว ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และนายกรัฐธรรมนูญ เพื่อรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 219 วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นลักษณะการกระทำที่ถือเป็นความผิดทางจริยธรรมก็ถือว่ากำหนดอย่างครอบคลุมชัดเจน เมื่อประกาศใช้ หากมีการร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำผิดจริยธรรมคณะกรรมการป.ป.ช.ก็จะนำร่างดังกล่าวเป็นมาตรฐานในการพิจารณา

