“มัลลิกา”จี้”บิ๊กตู่”ปลดรมว.พาณิชย์แก้ “ลำไย-พืชผลเกษตร”บ้อท่า ราคาตก ไร้ยุทธศาสตร์ เกษตรกรเดือดร้อนซ้ำซาก

4.08.17 | 15:03 น.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน (www.mallikafoundation.com) แถลงว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาลำไยตกต่ำร่วงตลอดช่วงที่ผ่านมาและเกษตรกรพื้นที่ภาคเหนือเคยสะท้อนปัญหาให้พาณิชย์จังหวัดแต่ละจังหวัดได้เสนอพิจารณาระดับจังหวัดแล้ว แต่ปรากฎไม่มีมาตรการใดๆมารองรับจากระดับจังหวัดขึ้นไปถึงระดับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า จึงทำให้สถานการณ์วันนี้ราคาลำไยบิ๊กไซด์หรือเกรดเอเออยู่ที่กิโลกรัมละ 12-13 บาทเท่านั้น ทั้งที่ควรจะไม่ต่ำกว่า 20-25 บาทโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่-พะเยา-ลำพูน ส่วนลำไยเกรดอื่นราคาก็ต่ำมาก

นางมัลลิกา กล่าวว่า ได้เสนอแนวทางให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และปกติจังหวัดก็มีแนวทางเป็นโมเดลประจำทุกปีอยู่แล้วแต่ไม่มีใครขยับ ทุกภาคส่วนล้วนรอคำสั่งจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เท่านั้นเหมือนประเทศนี้มีคนทำงานอยู่แค่พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาช้าไม่ทันเวลาสถานการณ์ตอนนี้เกษตรกรย่ำแย่มาก ก่อนหน้านี้ปัจจัยเบื้องต้นเป็นเพราะล้งรับซื้อลำไยจากพ่อค้าชะลอการรับซื้อโดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางที่ส่งออกขายประเทศจีนอยู่ระหว่างชะลอคำสั่งซื้อเพื่อรอราคาที่ต้องการ ประกอบกับตลาดอินโดนีเซียชะลอการนำเข้าอีกด้วย แต่ปัญหาทั้งหมดที่เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศถูกปลดล็อคโดยประเทศนั้นๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันนี้มีปัญหาระดับแต่ละจังหวัดไม่ขยับแทรกแซงกลไกการตลาดพ่อค้าคนกลางปัจจุบันจึงกดราคาถ้าช้าอีกนิดเดียวลำไยในสวนของเกษตรกรก็จะหล่นราคายิ่งตกต่ำลงอีก

นางมัลลิกากล่าวว่า รัฐบาลต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องไร้ความสามารถในการวางแผนรองรับทำงานไปเช้าชามเย็นชาม รัฐมนตรีรวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ร่วมกันวางแผนต่อสถานการณ์ราคาพืชผลเกษตรกรจึงทำให้ตกต่ำเหมือนกับพืชเศรษฐกิจตัวอื่นทุกตัว เรื่องนี้สะท้อนผลงานรัฐบาลและกระทบมาถึงพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลทหาร รัฐบาลควรจะใช้งบกลางของแต่ละจังหวัดตั้งจุดใช้ตลาดกลางเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ที่มีอยู่แต่ละจังหวัดช้อนซื้อลำไยของเกษตรกรเร่งด่วน หรือคณะรัฐมนตรีประสานท้องถิ่นอย่างกทม.และกองทัพ หรือตลาดข้างทำเนียบเปิดพื้นที่ให้สหกรณ์ลำไยของแต่ละจังหวัดนำมาขายได้

“ทุกข์ซ้ำซ้อนของเกษตรกรพืชผลการเกษตร ราคาตกต่ำตั้งแต่ข้าวโพดจนมาถึงสับปะรด จนมาถึงลำไย เช่นนี้นายกรัฐมนตรีควรที่จะรู้ทันรัฐมนตรีและราชการได้แล้วที่ไหนมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำไม่มียุทธศาสตร์รองรับปลดรัฐมนตรีย้ายผู้ว่าฯไปเลย พวกที่นั่งทนเห็นประชาชนเดือดร้อนซ้ำซ้อนกันหลายอย่างทุกฤดูกาลเช่นนี้ไม่ควรให้มานั่งแก้ปัญหาประชาชน” นางมัลลิกากล่าว