‘องอาจ’เสนอ’ป.ป.ช.’อุทธรณ์คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2551

6.08.17 | 11:15 น.

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2551 หรือไม่ ว่า เมื่อมีคำพิพากษาออกมาย่อมมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ตามมาตรา 195 เปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน ทาง ป.ป.ช.ก็ควรใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอุทธรณ์ เพื่อให้มีคำพิพากษาที่ถึงที่สุดอันจะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับในคำพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรม

นายองอาจกล่าวว่า การใช้สิทธิอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ดังนี้ 1.เพื่อรักษาสิทธิที่พึงมีตามรัฐธรรมนูญ 2.เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมหมดสิ้นข้อสงสัย 3.เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมที่ถูกกระทำจนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำทั้งระดับผู้บริหารประเทศและผู้ปฏิบัติงาน และ 4.เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัด ไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัยต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.

เนื่องจากที่ผ่านมา ป.ป.ช.ชุดที่มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน ได้มีมติเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 ว่า ป.ป.ช.มีสิทธิขอถอนฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จนมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้อง เพื่อพิจารณาหลักฐานใหม่ตามที่จำเลยยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมถึงแม้ในที่สุด ป.ป.ช.ไม่ได้ถอนฟ้อง แต่การพิจารณาจะถอนฟ้องคดีของ ป.ป.ช.ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร

“การยื่นอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก เพราะเมื่อมีคำพิพากษาที่ถึงที่สุดออกมาจะทำให้เกิดข้อยุติและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนในสังคม นอกจากนั้น ยังทำให้เห็นว่า ป.ป.ช.ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ช่วยทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อ ป.ป.ช. แต่ถ้า ป.ป.ช.ไม่ยื่นอุทธรณ์ เชื่อว่าผู้คนในสังคมจะเกิดคำถาม เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อ ป.ป.ช.และสังคมโดยรวมแต่อย่างใด” นายองอาจกล่าว