เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิฟบีช รีสอร์ท จ.ระยอง นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า กรธ.พิจารณาเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็น ในมาตรา 90 การเลือกตั้งล่วงหน้า กำหนดให้มี 2 แบบ คือ 1.แจ้งถาวร แต่สามารถแจ้งเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ 2.แจ้งเฉพาะกาล สำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ส่วนมาตรา 98 การเลือกตั้งในต่างประเทศ กำหนดให้มี 2 แบบเหมือนกัน อีกทั้งยังเปิดช่องให้สามารถนำเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการลงคะแนนได้
ส่วนการประกาศผลการเลือกตั้ง หากไม่มีเหตุวุ่นวายให้ดำเนินการได้ภายใน 7 วันนับจากการเลือกตั้ง สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ระบุให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ร้อยละ 95 ภายใน 60 วัน อย่างไรก็ตาม การพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ของ กรธ.เสร็จเรียบร้อยในเบื้องต้นทั้ง 3 ฉบับที่เหลือ คือ ร่าง พ.ร.บ.ที่ว่า ส.ว.ร่าง พ.ร.บ.ที่มา ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่า ด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว จากนี้จะให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องนำกลับไปร่างเป็นรายมาตราต่อไป ส่วนร่าง พ.ร.บว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ กรธ.ยังยืนยันให้การวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของตุลาการ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหารายบุคคล และคาดว่าจะนำเสนอ สนช.ได้ในเดือนสิงหาคม 1 ฉบับ และเดือนกันยายนอีก 1 ฉบับ
เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองท้วงติงการจับเบอร์ผู้สมัครรายเขตและบัญชีรายชื่อ จะทำให้เบอร์แต่ละเขตของพรรคไม่เหมือนกัน ถือเป็นการไม่ส่งเสริมพรรคการเมือง นายนรชิต กล่าวว่า ระบบการเลือกตั้งเปลี่ยนไปจากเดิมกาบัตรสองใบ เบอร์ผู้สมัครแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อจึงเหมือนกันได้ แต่ระบบนี้ให้กาบัตรใบเดียว ผู้สมัครแต่ละเขตก็จะนับเลขไปตามจำนวนคนที่เข้ามาสมัคร พูดง่ายๆ ยุติธรรมกับทุกฝ่าย ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน หากพรรคการเมืองเห็นเป็นประเด็นสำคัญก็สามารถเสนอความเห็นให้ กรธ.หรือ สนช.พิจารณาได้

