หน้าแรก การเมือง รบ.แจง แอมเนส...

รบ.แจง แอมเนสตี้ ไทยก็ต้องการให้ ปชช.มีสิทธิเสรีภาพ เป็นไปตามหลักสากล

7.03.16 | 17:22 น.
ชำนาญ จันทร์เรือง (แฟ้มภาพ)

รบ.แจง แอมเนสตี้ ไทย ต้องการให้ ปชช.มีสิทธิเสรีภาพ เป็นไปตามมาตรฐานสากล

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับทางรัฐบาล ว่า วันนี้ได้มาติดตามและรับฟังรัฐบาลชี้แจ้งเรื่องที่แอมเนสตี้ฯ เคยออกแถลงการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน อาทิ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม สิทธิพลเรือนจะไม่ถูกจับกุมคุมขังไปศาลทหาร โดยทางโฆษกรัฐบาลพยายามที่จะอธิบายเรื่องต่างๆและความจำเป็นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยให้เรารับฟังและเราจะติดตามว่าจะคืบหน้าและรัฐบาลมีการแก้ไขอย่างไรต่อไป ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำอยู่ตอนนี้ทางเราไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิดแต่อย่างไร แต่ทางแอมเนสตี้ฯก็มาฟังตามหน้าที่ของเราในฐานะนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ดีเรายืนยันที่จะมีจุดยืนในเรื่องสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด ซึ่งจะรายงานเรื่องที่มาหารือกับทางรัฐบาลให้แอมเนสตี้ฯใหญ่ทราบต่อไป ส่วนเรื่องที่กระทรวงการการต่างประเทศจะมีการรายงนตอบโต้รายงานแอมเนสตี้ฯอย่างไรนั้น ต้องติดตามต่อไป

ด้านพล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ชี้แจงถึงวิธีการทำงาน ในสิ่งที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งวิธีการของเรา คือ ต้องการให้ประเทศไทยมีภาพประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ทำงานได้จริง และไม่ถูกละเมิด สำหรับเรื่องสิทธิมนุษยชน เราได้บอกถึงความจำเป็นในบริบทต่างๆของสังคมไทย ที่เรากำลังทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีสิทธิมนุษยชน คำนึงถึงหน้าที่ ไม่มองแต่สิทธิของตัวเองอย่างเดียว สำหรับเรื่องเสรีภาพไม่ว่าจะเป็นการพูดการแสดงออกเราก็ได้ทำความเข้าใจกับทางแอมเนสตี้ ว่า เราต้องการให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีผู้อื่น

“สิ่งที่เราทำในขณะนี้มีที่มาที่ไปและวัตถุประสงค์ของเราคือ ต้องการให้ประเทศมีมาตรฐานสากลในทุกเรื่อง ตามที่แอมเนสตี้ระบุว่ามีความเป็นห่วงมานั้น เรายืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะสิ่งที่เราทำนั้นต้องการให้เป็นมาตรฐานที่มากกว่าปกติด้วยซ้ำ อย่างเช่นเรื่องสิทธิเสรีภาพของแรงงานต่างด้าวที่ต้องได้รับการคุ้มครองได้รับการปฏิบัติในแบบสากล ไม่ได้มองแต่บริบทของคนไทยอย่างเดียว แต่มองในบริบทต่างประเทศด้วย” พล.ต.วีรชน กล่าว

พล.ต.วีรชน กล่าวว่า การพบกันวันนี้ถือว่าเป็นการสร้างความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ซึ่งอาจมีความไม่ชัดเจนในขั้นตอนการทำแรงงานของแอมเนสตี้ โดยอะไรที่ไม่ชัดเจน ต้องมีการพูดจาทำความเข้าใจเสียก่อน มีการกลั่นกรอง หารือกันและให้เจ้าหน้าที่ในด้านนั้นๆได้ชี้แจงก่อน มากกว่าที่จะด่วนสรุป ซึ่งการหารือครั้งนี้เป็นเรื่องดีและออกมาในเชิงบวก นอกจากนี้ยังหวังว่าแอมเนสตี้จะเป็นกลไกที่สร้างให้ต่างประเทศรู้จักประเทศไทยในแง่มุมที่ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งก็มีการขอร้องกันในเรื่องเหล่านี้ ทางแอมเนสตี้ก็รับฟังแต่จะทำหรือไม่ทำนั้นก็เป็นอีกเรื่อง ทั้งนี้เราเข้าใจในการทำงานซึ่งกันและกัน แต่เท่าที่พูดคุยกันเราก็จะหาพื้นที่ตรงกันที่สามารถทำงานด้วยกันได้ อย่างไรก็ตามการหารือครั้งนี้ไม่มีเรื่องการเมือง ส่วนเรื่องของรายงานแอมเนสตี้นั้น ถือว่าถูกหลักการ แต่ผิดในรายละเอียด ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจกับแอมเนสตี้ให้เขาไปดูความเคลื่อนไหวต่างๆมีนัยยะอะไรแอบแฝงหรือไม่

Advertisement