“วิษณุ” แจง คำสั่งหัวหน้าคสช.ปรับโครงสร้างคกก.ปปง. ต้องการลดสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมแก้ปัญหาบางอย่าง แต่ไม่สมควรบอก ยัน ไม่เกี่ยวการเมือง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 38/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า เป็นการปรับโครงสร้างเท่านั้น เพราะโครงสร้างเดิมไม่มีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นกรรมการ และสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมีมากเกินไป จึงทำให้น้อยลง นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนต่างๆ ยืดยาว ต้องผ่านสภา จึงปรับให้เข้ากับมาตรฐานสากล โดยโครงสร้างใหม่จะป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เนื่องจากไม่ได้มีใครจากฝ่ายการเมืองมาเป็นประธาน แต่กรรมการจะเลือกประธานกันเอง ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีเวลาสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คนภายใน 60 วัน
นายวิษณุกล่าวว่า คณะกรรมการปปง.ตามโครงสร้างใหม่ ไม่ได้เข้าไปแตะต้องคณะกรรมการธุรกรรม เพียงแต่คำสั่งหัวหน้าคสช. มีเขียนเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการธุรกรรมเพียงเล็กน้อย โดยของเดิมคณะกรรมการธุรกรรมไปทำอะไรต่อมิอะไร กฎหมายก่อนหน้านี้ได้เขียนกำหนดเอาไว้แล้ว คณะกรรมการปปง. สามารถลงไปตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรมได้ เป็นเจตนาที่ต้องการคานอำนาจกัน ไม่เช่นนั้นคณะกรรมการธุรกรรมจะมีอำนาจมากเกินไป จึงให้คณะกรรมการปปง.ลงไปคาน แต่คำสั่งหัวหน้าคสช. เติมเข้าประโยคเดียวว่า วิธีที่คณะกรรมการปปง. จะลงไปตรวจสอบนั้น จะต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการปปง.เป็นคนออก ต่างจากก่อนหน้านี้ที่สามารถลงไปตรวจสอบได้โดยไม่มีระเบียบรองรับ ซึ่งเราไม่ยอมให้ทำแบบนั้นอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ทรงคุณวุฒิเดิมทำอะไรผิด จนเป็นเหตุให้มีการปรับโครงสร้าง นายวิษณุ กล่าวว่า เราต้องการลดจำนวนคน และแก้ไขปัญหาบางอย่าง รวมถึงข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนไม่สมควรพูด
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่มีการแก้ไขกฎหมายช่วงนี้ เพื่อตรียมจะดำเนินการทางธุรกรรมกับนักการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เขาเตรียมกันไว้ตั้ง 3 เดือนแล้ว

