หมายเหตุ – ความเห็นจากนักธุรกิจและนักวิชาการเกี่ยวกับแนวคิดการเลื่อนเลือกตั้ง จะทำได้แค่ไหน และมีข้อดีข้อเสนออย่างไร

นพพร เทพสิทธา
ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก)
การจัดเลือกตั้งเร็วขึ้นให้ได้ภายในปี 2559 คงเป็นไปได้ยาก เพราะมีการวางโรดแมปเลือกตั้งไว้แล้วในปี 2560 หากเดินตามโรดแมปได้จะดีที่สุด เหมือนเป็นคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ว่าจะมีโรดแมปแบบนี้ หากเดินตามได้ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะทำทุกอย่างให้บรรลุตามเป้าที่วางไว้ ต่างชาติและคนในประเทศก็รับทราบอยู่ การจะไปเร่งให้เสร็จก่อนในความเป็นจริงอาจเป็นไปไม่ได้ และอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะว่าอะไรเร็วเกินไป อะไรทำไม่เรียบร้อยน่าจะเป็นผลเสียมากกว่า หากเดินโรดแมปได้เป็นผลดีมากกว่า หรือหากจะมีความล่าช้าออกไปจากโรดแมปเล็กน้อย แต่มีเหตุผลและคำอธิบายชัดเจน และมีความจำเป็นจริงๆ ก็ยังพอรับได้ จึงอยากให้รัฐบาลรักษาการทำงานตามโรดแมป ให้เกิดความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่อประชาชนในประเทศและต่างประเทศด้วย
หากจัดการเลือกตั้งได้เร็วกว่าโรดแมปก็ดี ดีในที่นี้คือระบบทุกอย่างจะเป็นระบบสมบูรณ์พอจะสามารถทำการเลือกตั้งได้ตามระบบ ไม่ใช่เร่งรีบไปแล้วกลับไปวงจรอย่างเดิม เคยปฏิวัติรอบหนึ่งแล้วหากการเมืองยังมีปัญหาก็จะกลับมาเป็นอย่างเดิม ก็จะกลับมาเป็นปัญหาอีก ก็อาจจะไม่มีประโยชน์ และระบบกฎหมายต่างๆจะมารองรับ หากทำเร่งรีบไปไม่พร้อมก็จะมีปัญหาขลุกขลัก ดังนั้น ความมั่นคงสำคัญที่สุด ความมั่นคงทางการเมืองสำคัญมาก หากความมั่นคงทางการเมืองมีปัญหาจากการเร่งรีบทำอะไรบางอย่าง หรือเร่งรีบทำแล้วได้ไม่คุ้มเสีย สุดท้ายเศรษฐกิจก็จะมีปัญหาตามมาแน่นอน ดีที่สุดขอให้เป็นไปตามโรดแมป อย่าเร็วเกินไปจนเสียการณ์ หรืออย่าช้าเกินไปก็จะเสียการณ์เช่นกัน
ตอนนี้ในเรื่องของความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ต่างประเทศรอดูว่าประเทศไทยจะเดินต่อไปอย่างไร การที่ต่างชาติจะมาลงทุนในลักษณะปักหลัก ทำโครงการใหญ่ๆ เรื่องการเมืองก็มีผล แต่สำหรับโครงการเล็กๆ อาจจะไม่ส่งผลมากนัก โครงการใหญ่ๆ มองในระยะยาวคนจะมาลงทุนก็อาจจะรอดูสถานการณ์ทางการเมือง การเลือกตั้งและการเดินตามระบบอย่างถูกต้องจะได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในสหภาพยุโรป อีกทั้งการจะเจรจาเรื่องสัญญาต่างๆ ข้อตกลงทางการค้าต่างๆ เช่น การเจราจาความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยกับยุโรป ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) เป็นต้น การเจรจาเรื่องนี้แบบทางการก็ควรจะเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และหากไทยเดินตามโรดแมปได้ จะส่งผลให้คนเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย ถือว่าเป็นผลสืบเนื่องกัน เพราะประเทศไทยยังต้องอาศัยการลงทุนจากต่างชาติมาลงทุน จะทำให้สินค้าส่งออกเป็นสินค้ามีนวัตกรรม มีเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น มีการแข่งขันได้ในตลาดโลก ฉะนั้น ไทยยังต้องพึ่งการลงทุนจากต่างชาติและการส่งออกอยู่ ดังนั้น ภาพพจน์ของประเทศไทยต่อสายตาชาวโลกยังสำคัญมากๆ
สำหรับการลงทุนของต่างชาติในไทยมีแนวโน้มดีขึ้น จากการที่รัฐบาลได้ออกไปโรดโชว์ทั้งในสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่ารัฐให้ความสำคัญกับการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และพร้อมจะปรับภายในประเทศทุกอย่างให้เข้าสู่ระบบสากล ก็เป็นภาพพจน์ดีขึ้นมามาก อย่างไรก็ตาม ต่างประเทศจะลงทุนที่ใดก็จะดูเงื่อนไขในระยะยาวด้วย ตอนนี้ไทยถือว่าแก้ไขภาพพจน์และแก้ไขเงื่อนไขต่อการลงทุนดีขึ้นมามาก ทำให้ต่างชาติสนใจและพร้อมจะมาลงทุน แต่นักธุรกิจต่างชาติก็รอดูเงื่อนไขบางตัวอยู่ เช่น ความมั่นคงทางการเมือง และการปรับปรุงเรื่องการศึกษาของไทยจะพัฒนาคุณภาพคนให้ตอบโจทย์และสร้างธุรกิจของเขาให้แข็งแกร่งได้
สุขุม นวลสกุล
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์
ส่วนตัวคิดว่าไม่ทำหรอก ไม่เชื่อว่าเขาจะเลื่อนให้การเลือกตั้งเร็วขึ้น มีแต่จะดึงให้ช้าลง รัฐบาลไม่ทำตามที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีแนะนำหรอก ถ้าทำตามก็เสียฟอร์มพอดี และรัฐบาลเองไม่ได้คิดว่า พล.อ.ชวลิต เป็นพวกเดียวกันด้วย ไม่ทำตามหรอก คิดว่ารัฐบาลมีหลักของเขาแล้ว ประกาศโรดแมปแล้ว ไม่เลื่อนแน่ แต่เขาพยายามดึงให้โรดแมปมันยาวขึ้นเพื่อจะรักษาภาวะผู้นำของนายกฯ เพราะนายกฯคิดว่าฝนจะตก แดดจะออก เลือกตั้งก็จัดขึ้นปีหน้า จะช้าไปไหมนั้นส่วนตัวไม่ทราบ ก็รัฐบาลเขาตั้งใจอย่างนี้อยู่แล้ว เป็นอีกฝ่ายอำนาจ
ชำนาญ จันทร์เรือง
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์
ความพยายามจะเลื่อนการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นเร็วกว่าเดิมนั้น คิดว่าน่าจะยาก เพราะต้องขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญ ถ้าเลื่อนให้เร็วขึ้นก็ต้องเลื่อนรัฐธรรมนูญอีก แต่ถามว่าจะเลื่อนขึ้นให้เร็วได้ไหม ก็เป็นไปได้ตรง กรธ.ต้องไม่ไปยุ่งกับการออกกฎหมายลูก แต่คิดว่าถึงอย่างไรก็คงเลื่อนให้เร็วได้ไม่เท่าไหร่ เต็มที่ก็สัก 1-2 เดือน แต่เพียง 1-2 เดือนนี้ก็กระทบโครงสร้างใหญ่แล้ว เพราะโครงสร้างแบบที่รัฐบาลออกแบบมานั้น เปลี่ยนตัวโครงสร้างเคยเป็นเกือบทั้งหมด เช่น ที่มาของ ส.ว.เป็นต้น ดังนั้น คิดว่าหากจะเลื่อนให้เร็วขึ้นนั้นได้ แต่ยาก
ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มพยายามขยายโรดแมป คสช.ให้นานขึ้นด้วย นี่คือขยายการอยู่ในอำนาจให้ยาวออกไป อย่างโรดแมปบอกว่าจะมีการเลือกตั้งปี 60 ก็ใช่ แต่การขยายโรดแมปเช่นนี้คือการขยายการอยู่ในอำนาจของ คสช. อาจเพราะ คสช.กลัวการเช็กบิล การเอาคืน หรือยังไม่สามารถสำเร็จโทษกลุ่มอำนาจเก่าได้โดยเด็ดขาดก็เป็นไปได้ แต่คิดว่าตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองคงลงจากตำแหน่งหลังมีการเลือกตั้ง แต่คนรอบข้างคงไม่อยากลง แม้กระทั่ง สนช.หรือ สปท. เพราะเห็นยังเสนอให้มีการสรรหา ส.ว.โดยตรงอยู่เลย หมายถึงการแต่งตั้งนั่นเอง ก็คงเพราะอำนาจเป็นสิ่งเสพติดนั่งเอง
ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์
ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย
เศรษฐกิจไทยในตอนนี้จะมีเลือกตั้งหรือไม่มีเลือกตั้งก็แย่อยู่แล้ว เพราะเศรษฐกิจไทยพ่วงกับเศรษฐกิจโลกจากการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 70% ดังนั้น เศรษฐกิจโลกไม่ดีแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นมาเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าต้องชั่งน้ำหนักดูว่าหากมีเลือกตั้งกับไม่มีเลือกตั้งเศรษฐกิจภายในประเทศจะดีขึ้นมาหรือไม่อย่างไร หากเลือกตั้งเร็วขึ้นแต่ปัญหาหลายอย่างยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะยังมีปัญหาอีก เราหวังกับนักการเมืองส่วนใหญ่ของเราได้หรือไม่ หากยังหวังไม่ได้หรือเป็นอย่างเดิม ก็อาจจะต้องวางระบบให้เรียบร้อยก่อนดีไหม อย่างไรก็ตาม หากมีคำมั่นสัญญาบ่งชี้ว่าปีสักปีสองปีจะเดินสู่การเลือกตั้ง ทุกอย่างจะดีขึ้น แบบก็น่าจะเสี่ยงทำ
ความจริงผมรักประชาธิปไตยและอยากให้ไทยอยู่ในโหมดประชาธิปไตย ขณะเดียวกันเราไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ก็ต้องมาคิดดูให้ดีว่าจะเสียมากกว่านี้ หรือเสียเพียงน้อยแล้วทนอีกหน่อยแต่ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็น่าจะทำ สำหรับโรดแมปของรัฐบาลขณะนี้ก็ไม่ได้ช้ามากนัก ก็พยายามเร่ง กระแสกดดันอยากให้มีการเลือกตั้งจากต่างประเทศก็มีและในประเทศก็มี รัฐบาลก็เข้าใจส่วนนี้ แต่สิ่งที่รัฐบาลได้ลงทุนทำไปแล้วความเสียหายก็มีแน่ๆ เพราะความเข้าใจของบรรดาประเทศประชาธิปไตยที่เจริญแล้วทั้งหลายก็พยายามบีบให้ไทยเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเร็วที่สุด การจะเข้าสู่โหมดดังกล่าวในภาวะปัจจุบันซึ่งไม่ปกติ เศรษฐกิจก็ไม่ได้ หากเร่งรีบให้ไทยเข้าสู่โหมดตรงนี้แต่เกิดปัญหาเดิมๆ วนเป็นวงจรอุบาทว์ก็อาจจะเสียหายกว่าเดิม ปัจจุบันสิ่งที่ไทยควรทำคือต้องสร้างระบบให้คุมคน ไม่ใช่คนไปคุมระบบ

