โลกไม่ได้สวยอย่างที่คิด
ด้วยเหตุที่ “อำนาจ” เป็นสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ ระบอบประชาธิปไตยจึงออกแบบให้มีการแบ่ง กระจาย และถ่วงดุลอำนาจ
คณะปฏิวัติ ร.ศ.130 บุกเบิกถางทางแก่การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก แต่ก็ล้มเหลวกลายเป็น “กบฏ” ทิ้งระยะห่างมาอีก 20 ปี คณะราษฎรก็ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองสำเร็จในปี พ.ศ.2475
นับแต่นั้นมา ระบอบประชาธิปไตยไทยระหกระเหินเดินล้มลุกคลุกคลาน
แม้จะกล่าวกันว่า ทหาร มีความรู้ชนิดหนึ่ง มีประสบการณ์ชนิดหนึ่ง และมีระบบความคิดชนิดหนึ่ง “กองทัพ” ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการปกครอง แต่เป็น “กลไกรัฐ” มีไว้ปกป้องประเทศชาติจากอริราชศัตรูจากภายนอก แต่ในทุกหน้าประวัติศาสตร์ “กองทัพ” หรือทหารจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “อำนาจการปกครอง”
อาจเป็นลักษณะเฉพาะของบางประเทศในแถบนี้
เป็นความจริงอันขมขื่น !
เนื่องจาก “ประชาธิปไตย” ในประเทศไทยได้มาจากการหยิบยื่นให้ของ “คณะบุคคล” ไม่ใช่ได้มาจากความตระหนักรู้ ตื่นตัว และต่อสู้ของขบวนมหาประชาชนที่ปรารถนาในเสรีภาพ ภราดรภาพ เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นในประเทศทางตะวันตก
จึงยังมีผู้ที่เชื่อว่า ประชาชนยังโง่อยู่เหมือนเดิม !
ดุลพินิจและการตัดสินใจของประชาชนยังใช้ไม่ได้
บททดสอบครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2550 ซึ่งทหารเชื่อว่า สามารถควบคุมและกำหนดทิศทางของคะแนนเสียงเลือกตั้งได้
แต่ผลที่ออกมา ฝ่ายการเมืองที่ทหารสนับสนุนกลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบ จนนำไปสู่สถานการณ์ถูลู่ถูกัง 7 ปี
กระทั่งพฤษภาคม 2557 กองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนอีกครั้ง ด้วยเหตุผลว่าระงับยับยั้งวิกฤต และปฏิรูปประเทศ
แต่ก็อย่างที่เข้าใจกันว่า กองทัพ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “การปกครอง” องค์ความรู้ ระบบความคิด ประสบการณ์ยากที่จะเชื่อมต่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก
ทหารจำนวนหนึ่งจึงกำลังเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน
มีทั้งความขัดแย้งกับกลุ่มอำนาจเก่า ทั้งความขัดแย้งกับกลุ่มที่เคยเป็นพันธมิตรร่วมล้มฝ่ายตรงข้าม
ทหารจำนวนหนึ่งกำลังนำพากองทัพถลำลึกในวงจรอำนาจการปกครอง !?!!

