“บิ๊กตู่” อ้างประชาชนไม่พร้อม ออกโรงหนุน ส.ว.สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่าน หวัง เป็นโล่สกัดนักการเมืองจ้องฉีก รธน. แต่ค้านให้อำนาจเลือกนายกฯ
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมร่วม 4 ฝ่าย เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ได้ติดตามความก้าวหน้าในการทำงานด้านกฎหมาย การปฏิรูป เพื่อตอบสังคมให้ได้ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร ซึ่งมีความก้าวหน้าทุกด้าน และประชาชนต้องรับรู้ว่าสิ่งไหนที่ทำในวันนี้ได้ และสิ่งไหนที่ยังทำไม่ได้ต้องไปอยู่ในระยะที่สอง นอกจากนี้ได้มีการหารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้มีการทำประชามติได้ ซึ่งทราบกันอยู่แล้วว่าจะแก้อะไรก็เป็นไปตามนั้น ส่วนประเด็น ส.ว.ก็มีการพูดคุยกัน ว่าถ้ามาจากการสรรหาทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ถ้าผสมจะเป็นอย่างไร คัดสรรจะเป็นอย่างไร
“ในประเด็นผมยังไม่พูดตรงนี้ ผมพูดแต่เพียงว่าก่อนที่เราจะคิดและตัดสินใจอะไร ชอบหรือไม่ชอบอันไหน ผมอยากให้ทุกคนทบทวน ดูวันเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับเรื่องอะไรมาบ้าง ความเดือดร้อน ความไม่เข้มแข็ง การไม่มีขีดความสามารถ การใช้อาวุธสงคราม โดยสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ผมวาดภาพให้เห็นความหวาดกลัวเพื่อที่จะให้ผมอยู่ต่อ แต่ท่านต้องคำนึงว่ามันจบหรือยัง การเมืองทั้งหมดทุกกลุ่มพร้อมที่จะร่วมมือเดินหน้าประเทศหรือยัง ถ้าตอบได้ว่าพร้อมแล้วบอกผมมา ใครมั่นใจจะรับรองแทนบ้าง เพราะวันนี้ยังตีกันอยู่ทุกวัน ขณะผมมีอำนาจยังขนาดนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าวันหน้าจะแค่ไหน ผมถึงบอกว่าไปคิดกันมาเถอะ ไม่ว่าจะเป็น กรธ. สนช. ไปหาวิธีการที่ทำอย่างไรให้สถานการณ์เหล่านี้บรรเทาเบาบางลง ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการให้ยุติ ให้สงบ กลายเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ผมต้องการจะสืบทอดอำนาจ ผมสืบเพื่อใคร เพื่ออะไรหรือ สมมุติว่าการใช้อำนาจ ถ้าจะให้มี ส.ว.อะไรที่ว่ามาทั้งหมด ส.ว.เขาจะทำอะไร ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการให้มาเลือกนายกฯ แต่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ว่ามา ผมว่ามันน่าจะเป็นกลไกของสภามากกว่า แต่บางคนก็หวังดี แต่อาจจะไม่ตรงกับความต้องการของคนมากไปหรือเปล่า อะไรที่ทำได้ผมก็ให้ในเรื่องประชาธิปไตย แต่อันไหนที่ควรจะต้อสงวนไว้บ้าง อาจจะต้องไปใส่ไว้ในบทเฉพาะกาลบ้างหรือไม่” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ เห็นด้วยที่จะให้ ส.ว.สรรหา แต่ไม่เห็นด้วยในเรื่องมีอำนาจเลือกนายกฯใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า สื่อเห็นด้วยหรือไม่ ความเห็นของตนคือทุกคนต้องช่วยหาทางออกให้กับประเทศว่าจะทำอย่างไรแล้วดูด้วยว่า ส.ว.เดิมที่เลือกตั้งกันมามีปัญหาอะไรบ้าง แล้วจะแก้ปัญหาหรือยอมรับได้หรือไม่ว่าจะไม่ทำให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นมาอีก ในสองสภา มันไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะคนคือคน ต่อให้เลือกมาก็เป็นคนเป็นมนุษย์หากเราสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดได้เรื่องเหล่านี้ก็คงไม่เกิด ไม่ต้องมาคัดสรรอะไรทั้งสิ้น ทุกคนมีจิตสำนึก มีอุดมการณ์ที่จะทำให้ประเทศปลอดภัยเท่านั้นคือหลักของตน
“ฉะนั้นการที่จะมีอะไรในบทเฉพาะกาล ผมเห็นด้วย เพราะผมเป็นคนถืออำนาจอยู่ และผมไม่ได้มุ่งหวังจะถืออำนาจตลอดชาติ ผมต้องการให้อำนาจเหล่านี้มาจากประชาชนโดยตรง คือการเลือก ส.ส.ถ้าท่านเลือก ส.ส.-ส.ว.ได้ดี ถ้าท่านมีความพร้อมผมก็พร้อมให้ แล้วคิดว่าพร้อมหรือยังที่จะไม่กลับมาที่เดิม พร้อมไหมใครยืนยันกับผมสักคนแม้กระทั่งนักการเมืองในวันนี้ ผมขอร้องออกมาพูดในทางที่สร้างสรรค์บ้าง เช่นเห็นด้วยหรือไม่ แต่ถ้ามาย้อนว่าถอยหลังเข้าคลองแล้วที่ผ่านมาแบบเดิมถอยหลังไปเท่าไหร่แล้ว วันนี้ผมหยุดถอยหลังและเดินหน้ามาได้บ้าง แค่นี้ยังไม่ยอมกันเลย แล้วท่านจะคาดหวังอะไรจากเขาได้ ผมขอถามสิ และความเห็นส่วนตัวของผม ส.ว.ก็ไม่ควรจะยุ่งกับการเลือกตั้งนายกฯ เดิมเขาว่าอย่างไรใครเป็นคนเลือกก็ว่าอย่างนั้น อะไรที่ไม่ขัดแย้งมากผมก็ไม่ยุ่งอยู่แล้ว” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า การประชุมแม่น้ำ 4 สาย ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็น ส.ว.เพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แค่นี้ก็ตายอยู่แล้ว เรื่องเลือกตั้งไม่เลือกตั้ง ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านก็แย่แล้ว ไม่มี ไว้ใจเถอะ ไว้ใจมาสองปีกว่าแล้ว จะมาไม่ไว้ใจตอนนี้หรือ ไม่ใช่นะ ถือว่าที่ทำได้ถึงวันนี้เพราะมีกำลังใจจากพวกเรา สื่อดีๆ ผู้สื่อข่าวน่ารัก และประชาชนที่เข้าใจ ทำให้มายืนตรงนี้ได้ เพราะสู้ด้วยความดี ด้วยความคิดที่มีหลักการและเหตุผล ซึ่งพยายามพูดมาสองปี คิดว่าชอบพูดหรือ ปกติตนไม่ใช่คนพูดมากนะ เป็นทหารดุอย่างเดียวพอแล้ว อาทิตย์หนึ่งดุสองวันกองทัพก็นิ่งแล้ว ใจเย็นทุกวันไม่ได้อยู่แล้ว วันนี้ยิ่งพูดยิ่งไม่กลัวตน แต่ตนยอมพูดยอมเหนื่อย ต่อให้ตายก็ยอมพูดจนตาย เพราะบางคนไม่ฟัง ชอบฟังแต่อะไรที่มีความสุข ชอบดูละคร
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในเรื่องอำนาจ ส.ว.ก็ทำหน้าที่ดูแลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้มีปัญหา ไม่ให้ได้รับการแก้ไขจนเลอะเทอะไปหมด ทำนองนี้ และดูแลเรื่องธรรมาภิบาล การบริหารราชการแผ่นดิน ดูแลยุทธศาสตร์ที่เขียนไว้กว้างๆ ถ้ารัฐบาลไม่ทำหรือทำน้อยก็เปิดประชุมสองสภาคุยกัน ว่าทำไมไม่ทำแค่นั้น ไม่ใช่จะไปชี้ผิดชี้ถูกยุบรัฐบาล มันไม่ใช่ ถ้าจะยุบรัฐบาลมันต้องเข้ากลไก ศาลไปว่ามา แต่ไม่ใช่ให้ศาลมาชี้เองคงไม่ได้ มันต้องมีมูล มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้า คสช.และนายกฯ มีความคิดที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ถูกแก้ในสามปีห้าปี หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็มี ส.ว.ไว้ดูแล มันไม่มีใคร จะไปใช้อำนาจอะไร จะไปเขียนอะไรที่ล็อกมากๆ ก็ไม่ได้ ฉะนั้นจะต้องมีกลไกที่เราน่าจะเชื่อมั่นกัน อย่างน้อยจะได้มีกลไกดูแลประเทศชาติบ้านเมือง และคนเหล่านี้ก็ต้องรับรู้การแก้ปัญหามาด้วยในหลายๆส่วนไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม เกษตรกรต้องมีส่วนร่วมใน ส.ว.เพื่อที่จะดูแลภาพรวมไม่ใช่ฟ้องๆ ไล่ออกๆ ยุบสภา มันต้องมีกลไก
เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงจะเขียนเพื่อล็อคไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ล็อก ล็อกไม่ได้อยู่แล้ว ใครจะไปล็อก พูดกันเองทั้งนั้น ที่ตนอ่านเจอทุกวันนี้มี สปท. กรธ. พูดบ้างเป็นความเห็นนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และตนก็ก็ขี้เกียจตอบเข้าไปอีก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาสรุปมา บางอันยังไม่สรุปก็พูดกันไปแล้ว มันก็ตีกันไม่เลิก ยังไปกันไม่ได้ ไปตีกันดักหน้าตนสี่ห้าทาง วันนี้ต้องเดินให้ได้ตรงนี้ก่อน ส.ว.จะมีอำนาจหน้าที่อย่างไร กระบวนการที่จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลควรจะเป็นอย่างไร ถ้ารัฐบาลเดินหน้าตามยุทธศาสตร์เราก็ไปยุ่งไม่ได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ในประวัติศาสตร์ช่วงสิบปีที่ผ่านมานักการเมืองพอเข้ามาก็จ้องฉีกและแก้รัฐธรรมนูญโดยสนใจบริหารประเทศน้อย นายกฯกล่าวว่า ก็รู้ดี ที่ถามมานั้นก็พูดถูก สื่อก็ต้องไปบอก ต้องไปสร้างความเข้าใจ ช่วยคิดแทนตนบ้าง เพราะตนคิดมาให้เยอะแล้ว ที่เขาคิดๆ กันไม่ใช่โยนก้อนหินถามทาง เพราะคนไทยทุกคนคิดแตกต่างได้ ตนไม่ได้จับใครที่มีความคิดแตกต่างหรือพูดแตกต่างจากตนในเรื่องรัฐธรรมนูญ แค่เรียกมาพูดคุย บอกให้หยุดก็ไม่หยุด แล้วจะให้ทำยังไง บ้านเมืองก็อยากให้ดี ประชาชนมีรายได้ ประเทศต้องการพัฒนา รถไฟทางด่วนก็ต้องมี คิดแต่ทางได้อย่างเดียว ที่เสียมาแก้หรือยังเราต้องมีกระบวนการแก้ไขไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไป เรื่อง ส.ว.ถ้าเอามาวันนี้ ก็เพื่อให้เข้ามาดู ถ้าเห็นด้วยว่าควรแก้รัฐธรรมนูญก็แก้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็แสดงความเห็นกันให้เป็นมติของสองสภา ไม่ต้องเป็นสภาสูงสภาล่าง ให้ทั้งสองสภาเป็นสภาเดียวกันหมด เอาแบบนั้นไหม ถ้าเราไม่มี ส.ว.ไว้เลย ที่เลือกตั้งมาทั้งหมดถามว่าจะกลับไปเกิดแบบเดิมหรือเปล่าตนไม่รับรอง และไม่อาจกล่าวได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด ไปคิดกันเอาเอง
ส่วนกรณีที่ฝ่าย กรธ. ไม่เข้าร่วมการประชุมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นายมีชัยมีงานอยู่ ตนก็ไม่อยากให้มา เพราะเดี๋ยวจะทำให้มีปัญหา ซึ่งตนก็นำเรื่องที่คุยกับ กรธ.มาแล้ว เอาปัญหา กรธ.มาคุยเป็นของเรา จะได้หาทางแก้ปัญหากับท่าน และวันนี้ กรธ.มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ปฏิบัติ แม่น้ำ 4 สายเป็นฝ่ายนโยบาย และฝ่ายเห็นชอบ แต่อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ตน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้กลับมาใช้เวลาตอบคำถามสื่อมวลชนยาวนานถึง 42 นาที ถึงแม้ก่อนที่จะลงมาแถลงและให้สัมภาษณ์ทางคณะทำงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานขอประเด็นคำถามตามที่ได้ตกลงไว้ แต่ในการแถลงและให้สัมภาษณ์จริง พล.อ.ประยุทธ์ก็กลับมาเป็นคนเดิม โดยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เวลา 14.10-14.52 น. อีกทั้งยังมีการกระเซ้ากับผู้สื่อข่าวในตอนท้ายอย่างเป็นกันเองด้วย ซึ่งผิดจาก 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่นายกรัฐมนตรีจะไม่มีการพูดเล่นและให้สัมภาษณ์เพียง 4 คำถามเท่านั้น

