‘ผู้พันปุ่น’ สอนมวย ‘ไก่อู’ ชี้ แค่ผลงานโดนใจปชช. ไม่ต้องเสียเงินเป็นร้อยล้านบีบสื่อช่วยพีอาร์

19.08.17 | 17:39 น.

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือให้สื่อโทรทัศน์แต่ละช่องเลือกรายงานข่าวภารกิจของรัฐมนตรี ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจร จ.นครราชสีมาว่า สื่อมีหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชนอยู่แล้ว และแต่ละสำนักข่าวจะพิจารณาว่าเมื่อเสนอข่าวไปแล้ว ประชาชนจะสนใจบริโภคข่าวสารนั้นหรือไม่ ถ้าเกิดเป็นข่าวที่น่าสนใจไม่ต้องเอาเงินมาจ้างหรือบีบบังคับ ลงข่าวให้เต็มที่อยู่แล้ว การที่รัฐบาลตำหนิไม่ค่อยเสนอข่าวผลงานรัฐบาล น่าจะกลับไปดูเนื้อของผลงานเป็นที่น่าใจของประชาชนหรือเปล่า ส่วนที่นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า สื่อไม่มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล แต่มีหน้าที่ในการทำประโยชน์สาธารณะนั้น ถือว่าถูกต้องแล้ว พูดตรงๆสื่อไม่ได้กินเงินเดือนรัฐบาลในการต้องมาทำหน้าที่พีอาร์ตรงนี้ ถ้าเกิดข่าวมีข้อมูลที่น่าใจ สื่อก็ไปทำข่าวโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

น.ต.ศิธากล่าวว่า จะเห็นได้ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้ การบีบบังคับใช้สื่อต้องลงไปติดตามทำข่าวรัฐมนตรีในพื้นที่งานโน้น งานนี้ ขณะที่ผ่านมารัฐบาล หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เองพยายามปรับรูปแบบรายการเดินทางประเทศไทย อัดงบประชาสัมพันธจนกระทั่งแซงเอกชนหลายใหญ่ ใช้งบฯประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลติดอันดับ 5 ของประเทศเลย เราน่าจะกลับมาดูว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้งบฯประชาสัมพันธ์ แต่ให้ทำงานเป็นที่ต้องตาต้องใจของพี่น้องประชาชน แล้วเอาเงินไปทำประ โยชน์เรื่องอื่นให้กับประชาชนจะดีกว่า และจะเกิดประโยชน์ในการนำเสนอข่าวต่อพี่น้องประชาชนได้มากกว่า

น.ต.ศิธา กล่าวว่า ถ้าเกิดรัฐบาลมีครม.ที่มีความสามารถ มีนายกรัฐมนตรีที่นำการบริหารประเทศนี้ นำกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ผลักดันเนื้องานให้กับประชาชน ทุกคนจะเฝ้าคอยติดตามว่าเมื่อไหร่ กิจกรรมจะคืบหน้า จะสำเร็จ รอด้วยใจจดใจจ่อ ตรงนั้นไม่จำเป็นเพิ่มงบฯหรือทำอะไรเลย ถ้าเกิดเรารู้สึกว่าพี่น้องสื่อมวลชนไม่สนใจทำข่าว เราต้องย้อนกลับมาดูผลงานของเราเอง อย่างสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ผู้สื่อข่าวเองแทบไม่ต้องมาเอาข่าวจากโฆษกรัฐบาลเลย เพราะเนื้อหาแต่ละเนื้องานจะประชาสัมพันธ์ได้อย่างเด็ดชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เรื่องกองทุนหมู่บ้าน โอทอป การเข้าถึงโอกาสต่างๆของประชาชนในการประกอบธุรกิจ ทุกผลงานมันเด่นชัด ไม่ต้องไปเสียเงินพีอาร์แม้แต่บาทเดียว เช่น รัฐบาลประกาศใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ พูดแค่ว่าจะแถลงไม่ต้องเสียเงินเลย ไม่ใช้อัดเงินเป็นร้อยๆล้าน เพื่อให้คนมาฟัง ไม่มีผลอะไรและไม่ได้ใจประชาชน