วิษณุเผยบิ๊กตู่ทูลเกล้าฯกฎหมายลูกแล้ว 2 ฉบับ แย้มตั้งเพิ่ม คกก.ปฏิรูปด้าน ศก.-สังคม

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทูลเกล้าฯ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไปแล้ว 2 ฉบับ คือ 1.ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. … 2.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ….ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. … ยังไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เนื่องจากยังมีปัญหาด้านการพิมพ์เพียงเล็กน้อย ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่ส่งมาที่รัฐบาล ทั้งนี้ กระบวนการจัดทำกฎหมายลูกของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ สนช.ไม่ถือว่าล่าช้า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการปกติ

นายวิษณุกล่าวถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ที่ยังเหลือโควต้าสามารถตั้งเพิ่มเติมได้ว่า ไม่ทราบว่าบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ จะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวไม่คิดว่าจะมีการแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพเข้ามา เพราะหากคิดจะตั้งจริง ก็สามารถตั้งได้เลย ไม่ต้องรอเกษียณ อีกทั้ง ผบ.เหล่าทัพต่างเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่งอยู่แล้ว ทั้งนี้ เจตนาในการแต่งตั้งเพิ่มเติมคือ เมื่อกรรมการปฏิรูปที่มีอยู่คิดว่าไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีการแต่งตั้งคนเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนบุคคลจากองค์กรอิสระ ซึ่งไม่สามารถควบเป็นกรรมการปฏิรูปได้แต่มีหลายคนที่เราอยากได้มาทำงาน จึงอาจต้องรอไปก่อน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการปฏิรูปด้านอื่นๆ ที่สามารถแต่งเพิ่มเติมได้ตามความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะตั้งเพิ่มในด้านเศรษฐกิจสังคม เพราะด้านนี้มีประเด็นที่สามารถแตกแยกย่อยได้อีกมาก

นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เชิญเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาหารือเพื่อเตรียมการประชุมประธานคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ภายใน 15 วันนับตั้งแต่แต่งตั้ง โดยการประชุมจะตกลงกติกาก่อนแต่ละคณะจะแยกย้ายไปทำงานคาดว่าจะสามารถประชุมได้‪ในวันที่ 30 สิงหาคม‬ โดยที่ประชุมจะมีกรรมการยุทธศาสตร์ 1 คนเป็นประธาน นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้ายังได้นัดหมายเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปแต่ละคณะเป็นการภายในเพื่อหารือด้านธุรการก่อนประชุมประธานแต่ละคณะ

“การดำเนินการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศจะเป็นแผนตามกฎหมาย ซึ่งผูกพันไปอีก 5 ปี เพราะการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ผ่านมา ไม่มีผลผูกพันกับใครทั้งนั้น เป็นเพียงการประสานร่วมกับรัฐบาล ดังนั้นคณะกรรมการปฏิรูปจึงสำคัญกว่า เพราะอำนาจเด็ดขาดอยู่ที่กรรมการชุดนี้ ในกฎหมายเขียนไว้เลยว่า ให้คณะกรรมการปฏิรูปเอาแผนการของ สปช.และ สปท.มาใช้เป็นกรอบเพื่อต่อยอดออกไป คณะกรรมการปฏิรูปนี้เป็นสภาที่ปฏิบัติไม่ใช่สภาที่เสนอแนะอย่าง สปท.และ สปช. เพราะฉะนั้นใครที่ออกมาให้ความเห็นว่าตั้งคณะกรรมการกันเยอะเหลือเกิน ตรงนี้ก็เพราะรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องบังคับให้ตั้ง” นายวิษณุกล่าว

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งผูกพันระยะยาวนั้นจะไม่สอดคล้องกับโลกโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติระบุไว้แล้วว่าหากนโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไป ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขยุทธศาสตร์ชาติได้ เพียงแต่ให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขตามกระบวนการที่ถูกต้องโดยเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนผ่านการพิจารณาที่ประชุมสภาฯ เป็นต้น ทั้งนี้รัฐบาลใหม่ไม่จำเป็นต้องยึดตามเป้าหมายยุทธศาสตร์เดิม แต่สามารถกำหนดเป้าหมายใหม่ได้ เพื่อให้ดีกว่าเดิม และวิธีการไปสู่เป้าหมาย คณะกรรมการยุทธศาสตร์จะไม่ยุ่ง แต่ปล่อยให้รัฐบาลได้คิดวิธีของตัวเอง เช่น ถ้ายุทธศาสตร์ชาติระบุให้ช่วยเหลือชาวนา วิธีการจะเป็นจำนำข้าว ประกันราคาข้าวหรือรับซื้อ ก็ให้รัฐบาลแต่ละชุดคิดเอง ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าผลพลอยได้จากการตั้งคณะกรรมการปฏิรูป คือการยับยั้งรัฐบาลเสียงข้างมากที่จะทำนโยบายประชานิยมใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีความตั้งใจอย่างนั้น นโยบายประชานิยมรัฐธรรมนูญได้ยับยั้งไว้แล้ว ทั้งยังมี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ที่ระบุว่าโครงการที่เข้าข่ายประชานิยม ต้องบอกถึงแหล่งรายได้ที่จะนำมาใช้ นอกจากนี้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองยังกำหนดว่าในช่วงหาเสียง ซึ่งจะมีการประกาศว่าจะทำอะไรก็ตาม หากเป็นเรื่องใหม่ จะต้องบอกด้วยว่าใช้งบฯจากที่ใด เช่น นโยบายให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ถ้าจะมีการขึ้นภาษีแต่ไม่บอกประชาชนตรงนี้ไม่ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทีมบอลหญิงปลาบปลื้ม พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ร่วมทอดพระเนตรเกมชนะเจ้าภาพ 6-0
บทความถัดไป09.00 INDEX “ชวน” คนให้”กำลังใจ” ยิ่งลักษณ์ กับความผิด ตามมาตรา 116