25 ส.ค.ชี้ชะตายิ่งลักษณ์-บุญทรงกับพวก ศาลตัดสิน”จีทูจี”ก่อน ถึงจำเลยไม่มาท่านเปาอ่าน เหตุบางส่วนโดนขังอยู่

21.08.17 | 14:37 น.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี(ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว )

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวก่อนวันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษา ในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อายุ 50 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท และคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 1, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 และพวก ซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน และนิติบุคคลกับกรรมการผู้มีอำนาจในนิติบุคคล รวม 28 ราย เป็นจำเลยที่ 1-28 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ, ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 ว่า ในวันนัดฟังคำพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าวและระบายข้าววันที่ 25 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ตำรวจได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลไว้แล้ว จะมีการเปิดให้นำรถเข้าบริเวณศาลเพียงทางเดียว คือ ทางเข้าหลักศูนย์ราชการฯ บริเวณข้างศาลปกครอง ส่วนทางเข้าอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะกั้นทางไว้เพื่อการตรวจสอบ โดยรถข่าวของสื่อมวลชนที่ไม่ใช่รถโมบายถ่ายทอดสดที่จะนำเข้ามาบริเวณศาล จะต้องมีการแจ้งทะเบียนรถ โดยส่งแฟกซ์มายังหมายเลข 0-2143-7814 เพื่อเจ้าหน้าที่ศาลส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พร้อมกับรายชื่อสื่อมวลชนที่ได้ยื่นกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ขณะนี้สื่อมวลชนที่ส่งรายชื่อจะเข้าฟังในห้องพิจารณารวมประมาณ 70 ราย ก็จะได้เข้าห้องพิจารณา แต่หากระหว่างนี้มีรายชื่อเพิ่มเติมแล้วเกินพื้นที่รองรับเพื่อให้สื่อทุกแขนงได้เข้าฟัง ก็จะพิจารณาจำกัดให้สื่อสำนักละ 1 คนเข้ารับฟัง จากเดิมที่ให้สื่อสำนักละ 2 คน

แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรมระบุว่า ในวันดังกล่าวตามที่มีการนัดคู่ความของทั้งสองคดีมาในช่วงเช้า ซึ่งจำเลยทั้งหมดจะต้องเข้าห้องพิจารณาคดี โดยองค์คณะผู้พิพากษาจะเริ่มอ่านคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ซึ่งเป็นคดีการระบายข้าวจีทูจีที่มีนายบุญทรงกับพวกเป็นจำเลยก่อน ส่วนปัญหาที่ว่าในคดีระบายข้าวจีทูจีมีจำเลยจำนวนมาก หากในวันดังกล่าวมีจำเลยไม่ได้มาฟังคำพิพากษานั้น องค์คณะสามารถที่จะอ่านคำพิพากษาได้ในวันนั้นเลย เนื่องจากคดีนี้มีจำเลยที่ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวอยู่ ก็สามารถอ่านคำพิพากษาเฉพาะที่มีตัวได้เลย ส่วนเวลาในการเริ่มอ่านและความยาวของคำพิพากษานั้นไม่สามารถระบุได้เนื่องจากในวันดังกล่าวองค์คณะจะทำคำวินิจฉัยส่วนตนมาและประชุมทำคำพิพากษากลาง ในวันที่อ่านคำพิพากษาเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปกติแล้วหลายคดีส่วนใหญ่จะเลื่อนคดีออกไปหากไม่มีตัวจำเลย แหล่งข่าวกล่าวว่าเหตุที่จะต้องอ่านคำพิพากษาในวันนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีจำเลยที่ถูกคุมขังอยู่ ย่อมสามารถอ่านได้เลย และเมื่อมีการอ่านคำพิพากษาในจำเลยที่ถูกคุมขังอยู่แล้วก็ย่อมสามารถอ่านให้จำเลยที่มีตัวมาแสดงได้หมด ส่วนจำเลยที่ไม่มาฟังคำพิพากษาก็เท่ากับหลบหนีขั้นตอนก็จะออกหมายจับปรับนายประกันตามสัญญาประกันที่เคยทำไว้