หน้าแรก การเมือง ดร.ชยันต์-พวก...

ดร.ชยันต์-พวกรวม5คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา-เครือข่ายวิชาการ จี้หยุดคุกคามเสรีภาพ

21.08.17 | 17:14 น.

ดร.ชยันต์ พร้อมพวกรวม5คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาชุมนุมทางการเมือง-เครือข่ายนักวิชาการออกแถลงการณ์เรียกร้อง คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวแทนเครือข่ายนักวิชาการร่วมกันอ่านแถลงการณ์ เรื่องขอยุติการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ กรณีพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ออกหมายเรียก ดร.ชยันต์ วรรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พร้อมพวกรวม 5 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ‘ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุม หรือการชุมนุมทางการเมือง ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช.’ ซึ่งการออกหมายเรียก ดร.ชยันต์ พร้อมพวกรวม 5 คนมารับทราบข้อกล่าวหา สืบเนื่องจากการจัดประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษา ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 15 – 18 กรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ และในวันที่ 17 กรกฎาคม เครือข่ายนักวิชาการนานาชาติได้ถือป้ายข้อความ และอ่านแถลงการณ์ ‘ขอคืนพื้นที่ความรู้และสิทธิเสรีภาพของพลเมืองในสังคมไทย’

ทั้งนี้ในการอ่านแถลงการณ์ เครือข่ายนักวิชาการหยิบยกแถลงการณ์ขององค์กรนักวิชาการ องค์กรเอกชนทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Human Rights Watch , 300 นักวิชาการ (สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 21 องค์กรระหว่างประเทศ ที่ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยถอนแจ้งความนักวิชาการและพวกที่ถูกออกหมายเรียก ซึ่งข้อความในแถลงการณ์วันนี้มีการเรียกร้องให้ยุติการแจ้งข้อกล่าวหากับ ดร.ชยันต์และพวกทั้ง 5 คน ที่ถูกออกหมายมารับทราบข้อกล่าวหา และให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 รวมทั้งให้ยุติการสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวให้กับนักวิชาการ

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ดร.ชยันต์ พร้อมนายธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท นายนธวัช มาชัย นักศึกษาปริญญาตรี นายชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ น.ส.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปล ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.ช้างเผือก ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน โดยมีกลุ่มนักวิชาการ นักศึกษา องค์กรเอกชนทั้งในและต่างประเทศกว่า 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจพร้อมนายสุมิตร หัตถสาร นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

ล่าสุดหลังพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยดร.ชยันต์ พร้อมพวกทั้ง 5 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่า จะมีการพิมพ์คำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแก้ต่างข้อกล่าว และส่งให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 1 กันยายนนี้ พนักงานสอบสวนจึงนำตัวทั้งหมดพิมพ์ลายนิ้วมือและปล่อยตัวไป

Advertisement

ทั้งนี้นายสุมิตรชัย หัตสาร นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่แจ้งได้อ้างเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเครือข่ายนักวิชาการนานาชาติได้อ่านแถลงการณ์ ‘ขอคืนพื้นที่ความรู้และสิทธิเสรีภาพของพลเมืองในสังคมไทย’ พร้อมมีการถือป้ายเขียนข้อความว่า ‘เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร’ จึงมีการแจ้งข้อกล่าวหา ดร.ชยันต์ พร้อมพวกรวม 5 คน โดยระบุว่า ป้ายดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านทางการเมือง

“เบื้องต้นได้สอบถามความหมายของข้อความดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนว่ามีนัยยะทางการเมืองอย่างไร แต่ไม่ได้รับคำตอบจากพนักงานสอบสวนชัดเจน ทราบเพียงว่าเป็นข้ออ้างของฝ่ายความมั่นคง จึงขอเวลารวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอต่อพนักงานสอบสวนเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 1 กันยายนนี้” นายสุมิตรชัย กล่าว

ขณะที่ ดร.ชยันต์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนชี้แจงบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งอธิบายทางออกให้ทราบว่า หากไปชี้แจงกับฝ่ายความมั่นคงอาจจะมีการลดหย่อนให้ แต่หมายความว่าตนเองและพวกจะตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งข้อกล่าวหาที่ฝ่ายความมั่นคงกล่าวหาไม่มีความชัดเจน หรือไม่เป็นไปตามที่กล่าวหา หรือมีความหมายเหมือนที่ตีความ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความเป็นจริงเป็นคนละเรื่องกัน การแสดงออกในการจัดประชุมทางวิชาการกลับถูกตีความไปนอกบริบท ทั้งนี้หากฝ่ายความมั่นคงเชิญให้ไปพบ ก็อาจเลี่ยงไม่ไปพบ เพราะได้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และจะต้องมีการแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษร

“ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้มีเจตนาแสดงออกทางการเมือง แต่ต้องการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ ซึ่งข้อกล่าวหาไม่ได้มีการพูดถึงบทความ หรือการอภิปรายในห้องสัมมนาแต่อย่างใด กลับถูกตีความไปในเชิงการเมือง เพียงเพราะข้อความในป้ายที่เขียนขึ้นเท่านั้น และยอมรับว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจมีผลต่อการจัดประชุมทางวิชาการของไทยในระดับหนึ่ง เพราะหากเวทีวิชาการถูกจับจ้องและถูกตีความโดยสายตาของผู้ที่มองว่าจะนำไปสู่ปัญหาทางการเมือง อาจทำให้ผู้ที่จะเข้าร่วมในเวลาเกิดความไม่เชื่อมั่นว่าจะแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระ” ดร.ชยันต์ กล่าว