หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ ถามหา...

บิ๊กตู่ ถามหาสื่อบอกไม่มาทำข่าว ครม.สัญจร มาหรือเปล่า? ลั่น รับนิสัยไม่ได้

22.08.17 | 18:08 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม.สัญจร โดยกล่าวถึงกรณี กรมประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือสื่อทำข่าวรัฐมนตรีรายบุคคลนั้น โดยระบุว่า

“แล้วสื่อไหนที่บอกว่าจะไม่มาทำข่าวผม ใครไม่มา ไหนมาหรือเปล่า ไม่อยู่แล้วก็ดี แล้วเมื่อวานเขามาทำหรือเปล่า ทั้งนี้ผมไม่ได้โกรธเขา แต่ผมรับนิสัยเขาไม่ได้ เขาบอกว่าสื่อต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ ขอถามว่าแล้วสิ่งที่ผมทำอยู่ทำเพื่อสาธารณะหรือเปล่า ผมไม่ได้ให้พวกท่านมาโฆษณาให้ว่ามีคนรักนายกฯ อย่างนั้น อย่างนี้ หรือนายกฯ เป็นคนเก่ง ผมไม่ต้องการคำหวานแบบนี้ ผมแค่ต้องการให้มาทำข่าวว่าเขาทำงานอะไรกันบ้าง ประชาชนจะได้เข้าใจ และเข้ามาหาช่องทางเหล่านี้ที่หน่วยราชการได้ทำไว้ได้ ถ้าสื่อไม่พูดหรือไม่นำเสนอเรื่องเหล่านี้ แล้วประโยชน์สาธารณะจะเกิดได้หรือไม่ การที่พวกท่านมาถามกรณีของวันที่ 24-25 ส.ค. ในเป็นประโยชน์สาธารณะอย่างนั้นหรือ เรื่องนี้ไม่ใช่ประโยชน์สาธารณะเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เช่นนั้นทุกคดีความก็คงตัดสินกันไม่ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ ได้หันไปถามสื่อท้องถิ่นว่าเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองพูดหรือไม่ พร้อมชื่นชมหลังจากได้รับคำตอบว่า “เข้าใจ” โดยกล่าวว่า “ดีมาก เยี่ยม น่ารักจริงๆ ไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกันไหม” ก่อนยกมือไหว้พร้อมบอกว่า “ลาแล้วครับ เดี๋ยวไปทำบุญก่อน” พร้อมอวยพรให้สื่อเดินทางกลับอย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามเมื่อนายกฯ เดินออกจากโพเดี้ยมแถลงข่าวเพื่อเดินทางกลับ แต่นึกขึ้นได้จึงย้อนกลับมาที่กลุ่มสื่อมวลชน พร้อมสาธิตการถวายคำนับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์จะต้องน้อมไปทั้งลำตัวไม่ใช่แค่พงกศรีษะลง เพราะเป็นเพียงแค่การทำความเคารพคนเท่านั้น

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้ามาถ่ายรูปกับกลุ่มสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี โดยหยอกล้อว่า “ใครไม่ถ่ายเดี๋ยวน่าดู” ก่อนจะร่วมถ่ายรูปในหลายอริยาบท พร้อมระบุว่า “ไม่รักฉันก็อย่าเกลียดฉัน” ก่อนหันไปสั่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ให้คอยดูด้วยว่ามีสื่อคนใดเอาภาพของตัวเองไปล้อเล่น ก่อนที่จะทดลองเป็นช่างภาพโทรทัศน์ โดยระบุว่าอยากรู้ว่ามันยากและลำบากแค่ไหน พร้อมสวมวิญญานนักข่าวทดลองตั้งคำถามกลับสื่อมวลชนใน 2 ประเด็น คือ “ ขอทราบเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และการปฏิรูปประเทศว่าควรมีและต้องร่วมมือกันหรือไม่ ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง วันนี้ต้องร่วมมือกันตั้วงแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จะทำเฉพาะต้นน้ำไม่ได้เดี่ญวปลายก็เล่นกันสบาย”