หน้าแรก การเมือง ฮิวแมนไรท์วอท...

ฮิวแมนไรท์วอทซ์ จี้ สนช.ทบทวนออกกม.กสม.ใหม่ ไร้หลักคุ้มครองความเป็นอิสระ

23.08.17 | 17:03 น.

ฮิวแมนไรท์วอทซ์ ร่อนแถลงการณ์ จี้ สนช.ทบทวนการออกกม.ปรับโครงการใหม่ แม้กระบวนการสรรหาจะเป็นไปตามหลักการปารีส แต่ไม่ยังยอมกำหนดหลักเกณฑ์คุ้มครองความเป็นอิสระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ สำนักงานใหญ่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “ประเทศไทย : อย่าทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอ่อนแอลง ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ ควรมุ่งคุ้มครองความเป็นอิสระของหน่วยงาน” โดยระบุตอนหนึ่งว่า องค์การสหประชาชาติ ตัวแทนการทูต และองค์กรเอกชนระหว่างประเทศและของไทย ได้แสดงข้อกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับข้อเสนอให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับกสม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ไทยจำเป็นต้องมีกสม.ที่เป็นอิสระและพร้อมจะยืนหยัดขัดขวางการปฏิบัติมิชอบ ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางโดยรัฐบาลทหาร แต่ตรงกันข้ามสนช.กลับทำหน้าที่เหมือนสภาตรายาง ทำให้กสม.อ่อนแอลง ทำลายความเป็นอิสระ และเปลี่ยนให้กสม.กลายเป็นเพียงกระบอกเสียงของรัฐ แม้ว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีเนื้อหาบางส่วนในทางบวก แต่โดยภาพรวมได้ส่งผลต่อการทำหน้าที่ของกสม. รวมทั้งกระบวนการสรรหาและคุณสมบัติของกรรมการ

อีกทั้ง ยังไม่กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อคุ้มครองการดำเนินงาน ความเป็นอิสระ และอำนาจหน้าที่ที่กว้างขวางที่ควรเป็นไปตามหลักการสากลว่าด้วยสถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (international Principles Relating to the Status of National Institutions on Human Rights) หรือ หลักการปารีส โดยไม่ได้กำหนดอำนาจเฉพาะให้กสม.สามารถเข้าตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจ ทัณฑสถาน และสถานที่ควบคุมตัวบุคคลอื่นๆ ซึ่งถือเป็นอำนาจกำกับดูแลที่สำคัญ เพราะที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์จับกุมโดยพลการ ควบคุมตัวแบบลับโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกโดยทหารหลายครั้งในไทย และมักมีข้อกล่าวหาว่า ได้เกิดการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อผู้ถูกควบคุมตัว นับแต่การยึดอำนาจของ คสช. ในการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

สำหรับกระบวนการสรรหาและคุณสมบัติของคณะกรรมการนั้น ทางหน่วยงานพันธมิตรโลกของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีข้อสังเกตเมื่อปี 2557 ว่า กสม.ไทย ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นข้าราชการจากบางหน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีตัวแทนจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักหรือภาคประชาสังคม ทำให้ปี 2558 ทางหน่วยงานพันธมิตรโลกและคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จึงได้ลดสถานะของกสม.ในการจัดอันดับโลก จากระดับ “A” เป็น “B” เพื่อตัดสิทธิกสม.ที่จะเข้าร่วม และแสดงความเห็นในที่ประชุมของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ผลจากการลงโทษดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ในร่างพ.ร.บ.นี้จึงรื้อกระบวนการสรรหากรรมการใหม่ โดยร่างพ.ร.บ.นี้ระบุว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีการสรรหากรรมการอย่างโปร่งใส มีการตรวจสอบจากสาธารณะอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามหลักการปารีส ซึ่งกำหนดให้มีกระบวนการและขั้นตอนการเสนอชื่อและการสรรหาผู้สมัครที่มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

“โดยคณะกรรมการสรรหาตามร่างกฎหมายใหม่นี้จะมีส่วนร่วม และมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน มากกว่ากระบวนการในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดี ร่างพ.ร.บ.ระบุว่า คณะกรรมการสรรหาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวแทนขององค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน กรณีที่คณะกรรมการสรรหามีความเห็นให้ชะลอการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ซึ่งข้อบทนี้เปิดช่องที่ไม่จำเป็นให้รัฐบาลสามารถกีดกันกลุ่มสิทธิมนุษยชน จากการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหา และควรถูกตัดออกไป ดังนั้น จึงควรถูกนำร่างพ.ร.บ.นี้กลับไปปรับปรุงใหม่เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง ซึ่งทำลายความเข้มแข็ง ไม่ได้สร้างความเข้มแข็ง โดยกสม.จะต้องสามารถยืนหยัดอย่างเป็นอิสระและเข้มแข็ง เพื่อทัดทานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของไทย ซึ่งกำลังดิ่งลงเหวในปัจจุบัน” นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุ

Advertisement