นายกฯ ลั่นไม่เคยขึ้นหลังเสือ ชี้คนเลี้ยงเสือยังตายไปเยอะ ขอเดินร่วมไปกับประชาชน วอนอย่าดึงคดีจำนำข้าวทำประเทศวุ่น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ปฏิรูปยั่งยืน พลิกฟื้นประเทศไทย” ในงานบางกอกโพสต์ ฟอรั่ม2017 ตอนหนึ่งว่า
“ไม่ต้องไปกลัวการตั้งทหารตำรวจ ตั้งอะไร เขาคุ้มครองผมไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัว สื่อถามผมว่าจะลงจากหลังเสือต้องตั้งคนมาดูแลหรือไม่ ผมไม่ได้คิดว่าขึ้นหลังเสือ ผมเป็นคนธรรมดาเข้ามาเดินหน้าประเทศไทย ปฏิรูปเพื่อการเปลี่ยนผ่านผลิกฟื้นแผ่นดิน ให้มีศักยภาพ มันเป็นความท้าทาย ไม่ใช่ขึ้นหลังเสือ แล้วผมจะขึ้นไปทำไมหลังเสือ คนเลี้ยงเสือยังตายไปเยอะ ผมไม่ขึ้นหรอกหลังเสือ ผมเดินด้วยสองเท้าของผมนี่แหละ โดยมีประชาชนเดินเคียงข้างกับผมมันก็จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นทุกคนทราบดีว่ามีหลายอย่าง การตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหามีหลายขั้นตอน แต่ทุกคนใจร้อน วันนี้เจอพรุ่งนี้ต้องตัดสินติดคุก ซึ่งมันก็เหมือนกับกฎหมายอื่นเราให้ความเป็นธรรม ทั้งข้าราชการและประชาชน เพราะบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ข้าราชการจะมีกฎวินัยอยู่ด้วย ในส่วนของรัฐบาลได้เร่งรัดแก้ปัญหาเรื่องการทุจริต โดยให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ดูแล ตรวจสอบ ถ้ามีมูลก็ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะตนตัดสินเองไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าผิดหรือถูก โดยฟังผลการตรวจสอบมา แต่ไม่ใช่ว่าประเทศไทยเลวร้ายและทุจริตกันทั้งหมด การทุจริตต้องแก้ที่นิสัยทั้งคนรับและคนให้ ถ้าไม่ให้เขาก็เรียกร้องอะไรไม่ได้ แต่เขาแกล้งท่านได้ หากเขาแกล้งท่านต้องมาบอก ตนจะตรวจสอบให้ ถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องลงโทษ ปลดย้าย หรือติดคุก ขอความกรุณาให้ความเป็นธรรมกับทุกคดีทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับไหนก็ตาม ทุกคนทำงานอยู่ที่ว่าจะนำไปสู่ทางที่ถูกหรือผิด เราต้องสร้างข้าราชการชั้นผู้น้อยให้เข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ แต่อาจจะเข้มแข็งยาก เพราะหัวไม่ดีหางมันก็แย่
“ส่วนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายสถานการณ์วันนี้เกิดอะไรขึ้นดูเอาแล้วกัน เรื่องหนึ่งเป็นคดีหนึ่งในบรรดาแสนคดี ล้านคดี ก็ยกมาเป็นประเด็นทุกวันจนวุ่นวายไปหมด ทำอย่างไรเรื่องเหล่านี้จะกลาย เป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ธรรมดาคือผิดก็จะต้องได้รับการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม จะเข้าศาล อุทธรณ์ ศาลชั้นต้น ศาลฎีกา ก็ว่ากันไป ถ้าปลุกกันไปมา มีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย อีกหน่อยศาลก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งศาลของเราได้รับการเคารพนับถือมายาวนาน เป็นศาลในพระปรมาภิไธย ศาลต้องตัดสินด้วยหลักฐานต่างๆทั้งหมดที่มีอยู่ อย่าคิดกันเอาเอง อย่าให้เรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศชาติวุ่นวายอีกเลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายมีการปรับปรุงให้ทันสมัย และต้องมีกฎหมายลูกอีกเท่าไหร่ ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกรอบของกฎหมายใหญ่ เพื่อประเทศมีกรอบในการเดินหน้าในด้านต่างๆ 300 กว่ามาตรา แต่ทุกคนเอารัฐธรรมนูญมาอ้างกันหมด แต่รัฐธรรมนูญนี้จะมีค่า ด้วยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎกระทรวง ท่านบอกทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ผิดกฎหมายอื่นทุกอัน ตนถามว่านี้ใช่กฎหมายไหม มันไม่ใช่ ต้องอธิบายประชาชนอย่างนี้ คนเราไม่ค่อยเชื่อกฎหมาย มีมานานแล้วแต่ไม่ปฎิบัติ พอเริ่มปฎิบัติก็มีปัญหา บอกลุงตู่รังแกประชาชน แล้วจะปฏิรูปได้อยางไร เราต้องเร่ิมกฎหมายง่ายๆก่อน ทุกคนปฎิบัติตาม แล้วกฎหมายยากๆก็จะทำได้และตนได้กำชับนักเขียนกฎหมายว่า วันนี้เขียนกฎหมายไม่ใช่เพื่อบังคับประชาชน อย่างเดียว ต้องเขียนทำอย่างไรประชาชนได้ประโยชน์ ข้าราชการทำงานได้ เพราะถ้าไปบังคับมากๆจะทำไม่ได้ และอย่าให้ใครมาบิดเบือน

