‘บิ๊กป้อม’นั่งหัวโต๊ะ ถกแก้ค้ามนุษย์ ก่อนส่งรายงานให้สหรัฐรับทราบ

9.03.16 | 12:51 น.

“บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะ ถกแก้ค้ามนุษย์ เผย “นายกฯ” ย้ำจนท.เร่งปราบค้ามนุษย์ ก่อนส่งรายงานสหรัฐปลายเดือนนี้

เมื่อเวลา 10.17 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุม

พล.อ.ประวิตรกล่าวก่อนการประชุมตอนหนึ่งว่า การดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2558 ซึ่งเป็นการรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (ทริปรีพอร์ต) ให้ประเทศสหรัฐอเมริการรับทราบ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ชื่นชมว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมีการพัฒนามากขึ้นจึงขอให้พัฒนาแบบนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทั้งระบบ ตนต้องขอขอบคุณทุกคน ที่ช่วยกันทุ่มเทและตั้งใจทำงาน อย่างไรก็ตาม ปลายเดือนมีนาคมนี้เราจะต้องส่งทริปรีพอร์ตให้สหรัฐอเมริการับทราบเป็นครั้งที่สอง ซึ่งนายกฯได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการทำงานให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่รัฐบาลร่วมผลักดันจนมีผลบังคับใช้ ซึ่งตนมองว่าการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายเป็นส่วนสำคัญ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะหากเราไม่ทำอย่างจริงจังผลตอบแทนที่ได้รับก็เป็นศูนย์ ซึ่งการจับกุมแล้วปล่อย หรือให้ประกันตัวถือเป็นสิ่งที่เสียหาย

พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะถือว่าผู้กระทำผิดตั้งใจจะทำ หากทำผิดก็ต้องยอมรับผิด อีกทั้งยังมีกฎหมายบ่งชี้ชัดเจนว่าจะต้องลงโทษอย่างไร ทุกคนก็ต้องยอมรับและไม่มีการให้อภัยใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าต้องเลิกขบวนการค้ามนุษย์ให้หมด เพราะมีผลเสียหายกับประเทศมหาศาล รวมถึงการคุ้มครองแรงงานที่ห้ามถูกเอารัดเอาเปรียบจะต้องมีการแก้ไขข้อขัดข้อง และปรับปรุงมาตรการเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชน จึงขอให้คณะกรรมการชุดนี้พิจารณา ตนยืนยันว่าทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย และเรื่องหลักสิทธิมนุษยชนก็มีความสำคัญ เพราะประเทศทั่วไปรวมถึงอารยชนเขาดูแลเรื่องนี้อย่างมาก และให้ความสำคัญ ซึ่งประเทศไทยเจ้าหน้าที่ต้องดูแลในเรื่องนี้จึงต้องได้รับการอบรมก่อน