วันที่ 25 สิงหาคม 2560 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวว่า สันนิษฐานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปอยู่ที่ต่างประเทศแล้ว ซึ่งพอศาลฎีกาฯวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องทำหน้าที่ดำเนินการจับกุมตามหมายจับ ต้องไปตามจับที่บ้าน ไปตามจับที่โรงพยาบาลที่เขาอ้างว่าไปรักษาอาการป่วยอยู่ แต่ถ้าตามไปแล้วและไม่เจอตัว ตรงนี้ก็ยืนยันข้อเท็จจริงได้เลยว่าเขาหนีไปแล้ว ก็ต้องดูต่อว่าเขายังหลบหนีอยู่ภายในประเทศหรือหนีไปต่างประเทศแล้ว
“แต่ถ้าหากยังอยู่ในประเทศ เจ้าหน้าที่รัฐก็จะต้องจับกุมตัวโดยเร็ว แต่หากอยู่ต่างประเทศแล้ว คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมไปถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องออกมาตอบสังคมให้ได้ว่าหนีออกไปได้อย่างไร หนีไปทางไหน ใช้ยานพาหนะอะไรหลบหนี เพราะเรื่องนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัว คสช.ด้วย ซึ่งเชื่อว่าคนระดับนี้น่าจะออกนอกประเทศไปแล้ว ผมว่า คสช.ก็ต้องเป็นจำเลยด้วย เพราะปล่อยให้เขาหลบหนีไปทางไหน อย่างไร เข้าใจว่าวันสองวันที่ผ่านมานั้นเขายังอยู่ในประเทศ แต่หากยังอยู่ในประเทศก็ควรจับกุมตัวได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมงนี้ ถ้าหากจับกุมตัวไม่ได้ คสช.ก็คงจะมีปัญหา” นายนิพิฏฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำพิพากษาเพราะอาจจะคาดหวังกับการอ่านคำพิพากษาลับหลัง 30 วันหลังจากนี้แค่ครั้งเดียว นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำพิพากษาที่ศาลฎีกาฯ อาจจะกังวลว่ามาแล้วจะไม่ได้ประกันตัวเลยหนีไปก่อน หรือไม่ก็เตรียมตัวที่จะหนีแล้วไปคาดหวังกับการอ่านคำพิพากษาลับหลังแทน

