หน้าแรก การเมือง นักวิชาการโคร...

นักวิชาการโคราชชี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ หนีไป ตปท. เป็นคุณกับผู้มีอำนาจปัจจุบัน

25.08.17 | 14:02 น.

นักวิชาการโคราชฟันธง “ยิ่งลักษณ์” หนีออกนอกประเทศ รัฐบาล คสช.จะคุมอำนาจไปอีก 7-8 ปี

ภายหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม. 22/2558 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลย เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้มารับฟังคำพิพากษา โดยอ้างว่าป่วย ซึ่งศาลฯพิจารณาแล้วว่าไม่มีใบรับรองแพทย์ จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมกับริบเงินประกันจำนวน 30 ล้านบาทของจำเลยไว้ด้วย ก่อนที่จะเลื่อนฟังคำพิพากษาอีกครั้งเป็นวันที่ 27 กันยายน 2560 นั้น

ล่าสุด วันนี้ (25 สิงหาคม 2560) ผศ.ดร.อดิศร เนาว์นนท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมเดินทางมาฟังคำพิพากษาในครั้งนี้ไม่ได้ผิดคาดมากนัก เพราะเริ่มมีสัญญาณตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปโพสต์ไว้ในแฟนเพจส่วนตัวว่า ขอความร่วมมือไม่ให้แฟนคลับเดินทางไปให้กำลังใจที่ศาลฯ ซึ่งตนคาดว่าน่าจะมีพรายกระซิบถึงหู น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงผลของคำพิพากษาครั้งนี้ว่าไม่ส่งผลดีต่อตัวตนเอง จึงต้องถ่วงเวลาเพื่อตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ซึ่งถ้าผลออกมาไม่เป็นคุณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่ออยู่ในประเทศไทยก็จะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงขั้นจำคุกหลายปี จะไม่เกิดประโยชน์กับพรรคเพื่อไทยเลย แม้ว่านักวิเคราะห์บางสำนักจะบอกว่าการถูกจำคุกอาจจะได้รับคะแนนสงสาร เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าจะถูกกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บล๊อกไว้หมดแล้ว จึงเป็นไปได้ยากที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับการเลือกตั้งแบบถล่มทลายแล้วเข้าบริหารประเทศอีกครั้ง ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดขณะนี้ ตนมั่นใจว่ามีทางเดียวคือหนีออกนอกประเทศ เหมือนกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งการหลบหนีออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์คงจะไม่ยากนัก และตนก็เชื่ออีกว่าจะได้รับความร่วมมือจากฝ่ายผู้มีอำนาจทางการเมืองขณะนี้ด้วย เพราะด้วยกลไกทางการเมืองในปัจจุบันนี้ ฝ่ายที่กุมอำนาจทางการเมืองอยู่ก็จะสามารถวางกลไกให้สืบทอดอำนาจได้ง่ายมากขึ้นกว่าตอนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในประเทศไทยเสียอีก

ผศ.ดร.อดิศรกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ไปทิศทางการเมืองของประเทศไทย ตนวิเคราะห์ว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็อาจจะมีการเคลื่อนไหวไม่มากนัก แต่ในกลุ่มของมวลชนผู้สนับสนุน หรือกลุ่ม นปช.จะเคลื่อนไหวเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่ในพื้นที่เหมือนเดิมแน่นอน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันสังคมไทยมักจะอยู่กับผู้ที่ชนะหรือมีอำนาจทางการเมืองเท่านั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าทิศทางทางการเมืองหลังจากนี้ก็จะเดินตามโรดแมปของ คสช. และอาจจะมีพรรคการเมืองหลายพรรคหันมาสวามิภักดิ์กับ คสช. ส่วนกลุ่มของพรรคเพื่อไทยก็จะค่อยๆ อ่อนกำลังลงในที่สุด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของวงจรทางการเมือง ดังนั้น กลุ่มอำนาจทางการเมืองในปัจจุบันก็จะอยู่ไปอีกอย่างน้อย 7-8 ปีข้างหน้าแน่นอน