กรณีมีการเผยแพร่ภาพทางโซเชียลมีเดีย ว่า นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นั่งคู่กับหญิงสาวโดยที่ด้านหน้ามีพานใส่ธนบัตรจำนวนหนึ่ง พระพุทธรูป และมีสำเนาการครอบครองรถยนต์เล่มสีน้ำเงินวางอยู่ 1 เล่ม โดยมีคนเฒ่าคนแก่กำลังผูกแขน คล้ายมีพิธีหมั้นหรือพิธีมงคลสมรส และวันที่ 26 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวหลายสำนักได้เดินทางไปที่สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่เพื่อขอสัมภาษณ์ นพ.เปรมศักดิ์ กับภาพที่ถูกเผยแพร่ และเมื่อผู้สื่อข่าว 5 คน เข้าไปในห้องทำงานของ นพ.เปรมศักดิ์ กลับถูก นพ.เปรมศักดิ์สั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลเก็บโทรศัพท์ มือถือ กล้องถ่ายภาพของนักข่าวทั้งหมดต่อมาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลล็อกตัวผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ประจำ จ.ขอนแก่นแก้ผ้าประจาน
ต่อมาผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนัก จึงเดินทางไปแจ้งความเอาผิดกับ นพ.เปรมศักดิ์ พร้อมพวกรวม 8 คน ที่ สภ.บ้านไผ่ ในข้อหา “ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ทำการกักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับข่มขืนจิตใจ ให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ได้สรุปสำนวนคำฟ้องส่งให้กับอัยการจังหวัดไปตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2559 และเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2560 อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ทำหนังสือสั่งปลด นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ไปยัง ผวจ.ขอนแก่นแล้วหลังการสอบสวนพบว่ามีความผิด กรณีสั่งจับผู้สื่อข่าวแก้ผ้า และจังหวัดได้ดำเนินการตามคำสั่งของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2560 ตามข่าวที่เสนอมาโดยตลอด

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายบุญช่วง สุขโพธิ์ พนักงานอัยการศาลจังหวัดพล ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนในคดีนี้ว่า ตอนนี้สำนักงานอัยการจังหวัดพลได้ตรวจสำนวนคดีดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้อง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พร้อมพวกบางส่วน ในความผิดฐานร่วมกันบังคับข่มขืนใจตามมาตรา 309 วรรคแรก และ ขู่เข็ญทำให้ตกใจกลัวตามมาตรา 392 และ 397
โดยนายบุญช่วง สุขโพธิ์ พนักงานอัยการศาลจังหวัดพล ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่ทางอัยการไม่ได้สั่งฟ้องทั้งหมด 8 คน ว่า เนื่องจากการตรวจสอบสำนวนที่ตำรวจเสนอมาพบว่าบางคนก็ไม่อยู่ในข่ายร่วมการกระทำกับ นพ.เปรมศักดิ์ อย่างไรก็ตามหากทางฝ่ายโจทย์คือ ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คน ยังติดใจอยู่ว่าต้องการที่จะฟ้องร้องให้ทั้ง 8 คน ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันทั้งหมดก็สามารถทำได้ กฎหมายก็ยังไม่ได้ตัดสิทธิ์ แต่ต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลเอง แต่ในส่วนของอัยการถือว่าจบขบวนการแล้ว
ทางด้านนายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ช่อง 3 ประจำ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ถูกกักขังในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ในวันเกิดเหตุ กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ตนยังมีความเชื่อว่า นพ.เปรมศักดิ์ และ พนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อีก 7 คน รวมกับ นพ.เปรมศักดิ์ เป็น 8 คน มีส่วนรู้เห็นและร่วมวางแผนกันเป็นอย่างดี เพราะมีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นขบวนการ ดังนั้นพวกตนจะได้ปรึกษาและแต่งตั้งทนาย เพื่อยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพลเอง เพื่อให้ทั้ง 8 คนตกเป็นจำเลย เพื่อต่อสู้ความถูกต้องในชั้นศาลต่อไป

