พลันที่ทางการกัมพูชา ไม่ว่าระดับนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าระดับกระ ทรวงมหาดไทย ออกมาปฎิเสธ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ใช้กัมพูชาเป็น “ทางผ่าน”
กระบวนการ “หายตัว” ไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งเพิ่มความสลับซับซ้อน
เพราะหากไม่ผ่าน”กัมพูชา” แล้วไปถึง “สิงคโปร์” ได้อย่างไร
จึงเป็นหน้าที่ของกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องสอบถามไปยัง “สิงคโปร์”
นอกเหนือจากสอบถามไปยัง “ดูไบ”
ขณะเดียวกัน คำปฏิเสธจากทางการ “กัมพูชา” ก็ยังมากด้วยเงื่อนปม
เงื่อนปมต่อ “ช่องทางธรรมชาติ”
คำถามอันตามมาโดยอัตโนมัติก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปถึงสิงคโปร์ได้อย่างไร
หากไม่ผ่าน “กัมพูชา”
เพราะในรายงานข่าวหลายสำนักระบุตรงกันว่า เดินทางโดย เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว จากกัมพูชาไปสิงคโปร์ จากสิงคโปร์ไปดูไบ
เป็นไปได้หรือไม่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเข้ากัมพูชาโดยช่องทางธรรมชาติ และก็ออกจากกัมพูชาโดยช่องทางธรรมชาติ
คำถามนี้จะหาเบาะแสได้จาก 2 แนวทาง
แนวทาง 1 คือ สอบถามรายละเอียดจากกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง แนวทาง 1 คือ ขอรายละเอียดการเข้าเมืองจากสิงคโปร์
คำตอบจากสิงคโปร์น่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย
หากศึกษาจาก “เส้นทาง” และ “กระบวนการ” ทางด้าน “การข่าว” ยากเป็นอย่างยิ่งที่เรื่องนี้จะจบแบบง่ายๆ
เพราะทุกอย่างวางอยู่บนฐานแห่ง “ข่าวลือ”
ไม่ได้เป็นเพียงข่าวลือว่ามีการเปิด “ไฟเขียว” จากผู้มีอำนาจ หากข่าวลือยังไปไกลถึงระดับกัมพูชาออกพาสปอร์ตให้อีกด้วย
คำถามที่ตามมาจึงมากด้วยความวิลิศมาหรา
ที่ว่าไฟเขียวจาก “ผู้มีอำนาจ” นั้นเป็นอำนาจระดับใด และจากฝ่ายใด เนื่องจากสถานการณ์ก่อน 25 สิงหาคมนั้นยากอย่าง ยิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะรอดพ้นจากการประกบ ติดตาม
“ความลึกลับ” จึงเริ่มสร้าง “ปริศนา” ตามมา ไม่ขาดสาย

