“บิ๊กเจี๊ยบ” แจงยิบ เหตุ “ยิ่งลักษณ์ หนีต่างประเทศ เชื่อศักยภาพหนีได้ บอกเป็นถึงอดีตนายกฯ มีบารมี มีคนหนุน คาดเตรียมการล่วงหน้า รอวัน เวลาหนี รับกองกำลังชายแดนมีช่องโหว่ ยอมรับคำตำหนิ บอกอย่าปรามาศ พรรคเพื่อไทย หลังไร้ตัวผู้นำ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศว่า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้เร่งรัดหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกองทัพบกที่มีกองกำลังตามแนวชายแดน ติดตามตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี ช่วงเวลา และวิธีการ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง โดยตนตรวจสอบจากกองกำลังชายแดนทั้ง 4 กองทัพภาค ยังไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกไปในเส้นทางใด แต่เราพยายามลงรายละเอียดเรื่องกล้องวงจรปิด และช่องทางธรรมชาติต่างๆ ซึ่งยังไม่ปรากฎว่าตรงไหนเป็นเส้นทางที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกไปจริง
เมื่อถามว่า แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่หลบหนี พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตามหลักฐาน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าตามสถานการณ์ เชื่อว่าจะออกนอกประเทศไปแล้ว ถ้าถามว่าทำไมหลบหนีได้ด้วยตัวเอง หรือไม่ จากการวิเคราะห์ ยืนยันว่าด้วยศักยภาพของเขาเป็นถึงอดีตนายกฯ และมีผู้สนับสนุน และมีเครือข่ายพอสมควร ที่พร้อมให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ หลบหนีจากไทย อีกทั้งคนรอบข้างก็เป็นคนที่มีความรู้ โดยเฉพาะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลติดตามความปลอดภัยให้ ดังนั้นจะรู้วิธีการและเทคนิคเป็นอย่างดี
พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับ คสช.เองต้องยอมรับว่าเราไม่ได้ควบคุม น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาเคยส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปติดตามเป็นบางช่วง รวมทั้งเฝ้าหน้าบ้านพักบ้าง แต่ก็ถูกสังคมกล่าวหาว่าเราไปข่มขู่ คุกคาม จึงถอยกำลังออกมาตั้งแต่ตอนนั้น ดังนั้นจึงไม่ได้ควบคุมอย่างใกล้ชิด ถ้าพูดถึงการหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วก็มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นพี่ชาย ตนเชื่อว่าจะเป็นผู้เตรียมการให้ในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องบินส่วนตัว หากเป็นคนธรรมดาคงไม่มี ดังนั้นในภาพรวม น.ส.ยิ่งลักษณ์มีศักยภาพพอที่จะหลบหนีด้วยตนเอง และสิ่งสำคัญที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันตนเองมาตลอดเวลาว่าพร้อมพิสูจน์ตนเอง ทั้งตอนขึ้นศาล จนถึงวันพิพากษา ตนเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดทำให้ไม่มีใครคิดว่าจะหลบหนี ฉะนั้นยืนยันว่าการหลบหนีครั้งนี้มีการเตรียมการและตัดสินใจไว้ล่วงหน้า เพียงแต่รอเวลาและโอกาสที่เหมาะสม
เมื่อถามว่า การหลบหนีครั้งนี้มีผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจช่วยเหลือหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยังไม่มีผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ แต่โดยพื้นฐาน น.ส.ยิ่งลักษณ์มีศักยภาพหลบหนีด้วยตนเอง บางคนบอกว่า คสช.เกี้ยเซียะให้หลบหนี ตนถามว่าจะเกิดประโยชน์อะไร เพราะทุกวันนี้ก็ถูกด่า ซึ่งนายกฯ ได้โทรศัพท์มาเร่งรัดตนทุกวัน เวลาเขาออกนอกประเทศไปแล้ว จะไปเปิดตัวเคลื่อนไหวต่างๆ อาจจะโจมตี พูดให้ร้าย คสช.ก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่จะกลายเป็นปัญหา เพราะอยู่ในประเทศเราสามารถพูดคุยกันได้ ถ้าเขาผิดเราก็ดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่ถ้าออกไปเคลื่อนไหวนอกประเทศจะเอากฎหมายอะไรไปบังคับใช้เขา เขาจึงมีสิทธิ เสรีในการพูด จะพูดอะไรก็ได้ แต่ขึ้นอยู่ว่าจะอยู่บนข้อเท็จจริงหรือไม่ และประชาชนจะยอมรับสิ่งที่เขาพูดหรือไม่
เมื่อถามย้ำอีกว่า อาจมีคนที่มีอำนาจกว่า คสช.ช่วยเหลือให้หลบหนี พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า คนจะคิด หรือ อิมเมจิ้นอะไรก็ได้ อยู่ที่ว่าจริงหรือไม่เท่านั้น ไม่ต้องถึงศักยภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เลย ในอดีตตำแหน่งที่ต่ำกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังหลบหนีได้ ส่วนจะมีทหารร่วมช่วยเหลือวางแผนการหลบหนีด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่รู้สายกลลึกขนาดนั้น เป็นปฏิบัติการลับและเขาก็ปิดลับได้ดี อีกทั้งเป็นถึงอดีตนายกฯ ก็มีบารมีพอสมควร บ้านเราขนาดรั้วรอบขอบชิด ขโมยเข้ามายังออกไปได้เลย
“ที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้ตายใจ แต่เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน เขาอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผย ที่สำคัญวางเงินประกันตัวไว้ 30 ล้าน ใครจะคิดว่าเขาจะทิ้งเงินประกันไป หลายคนก็ตกใจ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเหตุผล พอสถานการณ์คลี่คลายในระดับหนึ่งคงจะออกมาชี้แจงกับสังคม แต่ผมยืนยันว่าเราไม่ได้เกี้ยเซียะ ถ้าบอกเป็นความบกพร่องของ คสช.หรือกองทัพบกที่รับผิดชอบกองกำลังชายแดน ผมยอมรับ เพราะอย่าลืมว่าชายแดนรอบประเทศมีความยาว 5,656 กิโลเมตร ดังนั้นการวางกองกำลังเจ้าหน้าที่จะวางกำลังตรงจุดสำคัญ ในกรณีที่มีข่าวแจ้งเตือนเรื่องใดก็ตาม ก็จะเคลื่อนกำลังมาดูแลแต่ละจุด แต่กรณีนี้กองทัพบกเองไม่เคยสั่งกองกำลังชายแดนต้องหันมาดูเรื่องนี้ เพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องพูดเสมอว่า พร้อมที่จะเผชิญหน้าในวันตัดสินคดี” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
เมื่อถามอีกว่า ความบกพร่องที่เกิดขึ้นใครรับผิดชอบ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขณะนี้ก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว คสช.ต้องรับผิดชอบ ซึ่ง คสช.จึงตำหนิกองทัพบกว่าปล่อยให้เกิดความหละหลวม แต่ข้อเท็จจริงเรายังไม่รู้ว่าเขาออกนอกประเทศไปหรือยัง และอยู่ที่ไหน ถ้าสถานการณ์การข่าวเชื่อว่าออกนอกประเทศไปแล้ว ถ้าเป็นหลังเวลา 10.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม จะออกนอกประเทศได้ยาก เพราะจะตรึงกำลังดูแลพื้นที่ทั้งหมด
เลขาธิการ คสช.กล่าวต่อว่า จากการการวางแผนออกนอกประเทศ ตนเชื่อว่าคนรอบข้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์คิดเหมือนฝ่ายความมั่นคง โดยวางแผนเป็นขั้นตอน ไม่ปรึกษาใคร เปรียบเป็นงานลับ ดังนั้น จะมาดีลกับ คสช. แต่ถ้า คสช.ไม่ให้ก็ถูกล็อกตัวทันที จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะศักยภาพของเขาสามารถหนีออกนอกประเทศได้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นปัจจัยอะไรที่ต้องหลบหนี ตนไม่ทราบ และไม่ขอประเมินแทน เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นอดีตนักการเมือง และเป็นอดีตนายกฯ ก็มีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จากการวิเคราะห์ ให้น้ำหนักทางชายแดนพื้นที่ใด ผบ.ทบ.กล่าวว่า ขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้าพูดถึงความยากลำบาก และเวลาที่มีในการเคลื่อนไหว หลังคืนวันที่ 23 สิงหาคมมีเวลาไม่มาก ถ้าไปจากกรุงเทพฯ ต้องใช้รถ ส่วนจะนั่งเครื่องบินส่วนตัวออกจากสนามบินภายในประเทศ ตนคิดว่าทำไม่ได้ เพราะมีขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบ การเข้าออกสนามบินไม่ใช่จะเขาออกกันง่ายๆ แต่พื้นที่ชายแดนยอมรับว่าอาจมีช่องว่างได้ ทั้งทางบกทางทะเล แต่อย่าลืมว่าการตามตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนรอบข้างของเขามีความสามารถด้านนี้ โดยเฉพาะตำรวจติดตาม ขณะนี้ทราบว่ามีการทิ้งโทรศัพท์ที่เคยใช้ทั้งหมด รวมถึงเปลี่ยนรถที่เคยใช้ ดังนั้นจะไปตามในวิธีการที่เราเคยทำเป็นเรื่องยาก เพราะต้องสู้ทางเทคนิคพอสมควร ส่วนจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์มาให้ข้อมูลหรือไม่ เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ
เมื่อถามอีกว่า ส่วนกองทัพบกจะให้ผู้ช่วยทูตทหารช่วยตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ภาพรวม เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งผู้ช่วยทูตทหารถ้ามีข้อมูลเป็นประโยชน์เขาจะแจ้งให้เราทราบ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้ง
เมื่อถามย้ำอีกว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลและ คสช.นอกประเทศ จะเกิดผลกระทบหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า บางคนบอกว่าออกไปแล้วจะเป็นประโยชน์กับ คสช.ที่เกี้ยเซียะกัน ตนมองไม่เห็นว่ามีประโยชน์ตรงไหน ถ้าออกไปแล้วและไปให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง คสช.ก็เสียหาย จะไปเอาผิดทางกฎหมายก็ไม่ได้ ซึ่งทุกวันนี้สังคมก็ด่าตนทุกวัน แต่ยอมรับทุกคำตำหนิ และหากออกไปแล้วไปเคลื่อนไหวแบบพี่ชาย เราจะเดินตามกรอบที่วางไว้ ดังนั้นเราต้องทำทุกอย่างให้รัดกุมที่สุด ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประเทศ ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ จึงไม่อยากให้นำประเด็นนี้มากลายเป็นความขัดแย้งอีกระลอก
เมื่อถามอีกว่า คสช.กับยิ่งลักษณ์เคยพูดคุยตกลงสร้างความปรองดองมาก่อนหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่เคย เพราะเวทีปรองดองมีตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วม ในระดับ คสช.เชื่อว่ามีไม่กี่คนที่รู้จัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นหลังๆ มาทำงานหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นบทบาทไปแล้ว
เมื่อถามว่า เบาใจหรือไม่ ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยจะเบาลง พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่เบาใจ เราเดินตามกรอบเดิมทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้พิจารณา ตนไม่ทราบว่าทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะปฏิรูปจัดรูปแบบอย่างไร อาจจะเข้มแข็งกว่าเดิมก็ได้ ถ้าจัดระบบที่ประชาชนยอมรับ ดังนั้นอย่าปรามาศพรรคเพื่อไทยว่าจะอ่อนแอ
“วันนี้ผมไม่ได้มาชี้แจงขอความยุติธรรมอะไร แต่มาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงถูกตำหนิอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ แต่ต้องพูดให้เห็นข้อเท็จจริงว่าเป็นแบบนี้ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นถึงอดีตนายกฯ มีบารมีพอสมควร ไม่ใช่ตาสีตาสาที่จะออกนอกประเทศ” เลขาธิการ คสช.กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.เฉลิมชัยยังกล่าวถึงกรณี นายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ “น้องไปป์” บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเดินทางไปฝึกนักศึกษาวิชาการทหาร (นศท.) ที่ศูนย์ฝึก นศท. ถนนวิภาวดีรังสิต ว่าเป็นการฝึกตามปกติ และไม่ต้องไปตามประกบ เพราะไม่รู้จะไปประกบทำไม จะดูก็แค่เรื่องความปลอดภัยเท่านั้นเอง

