แม้สถานการณ์ “หายตัว” ไปจะสร้างเงื่อนไขอันเป็นผลดีต่อ”คสช.” และต่อ “รัฐบาล”
เพราะเท่ากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หมดโอกาส
หมดโอกาสที่จะเป็น “ปัจจัย”ทางการเมืองภายในประเทศ อันเป็นสภาพอย่างเดียวกับที่ นายทักษิณ ชินวัตร ประสบ
ผลสะเทือนต่อ “พรรคเพื่อไทย” จึงหนักหน่วง
เพราะไม่เพียงแต่ขาดหัว คือ นายทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 หากขาดหัว คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะเป็น “ปัจจัย” กดดันทางการเมืองก็ลดลงเป็นลำดับ
การ“ปลดล็อก” พรรคการเมืองก็น่าจะเริ่มขึ้น
อาการดีอกดีใจอันมาแต่พรรคประชาธิปัตย์ อาการดีอกดีใจอันมา จากกองเชียร์คสช.
ต่อการหายไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น่าจะเด่นชัด
นั่นหมายถึงสถานการณ์จากวันที่ 25 สิงหาคม เป็นคุณต่อคสช. ต่อรัฐบาล
ตัด “ปัจจัยเลวร้าย” ไปจนหมดสิ้น
เมื่อตัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไปได้เหมือนกับที่เคยตัด นายทักษิณ ชินวัตร ออกไปได้
นั่นหมายถึง สภาพทางการเมืองน่าจะสดใส
การปลดล็อกให้ “พรรคการเมือง” ดำเนินกิจกรรมเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการของ “การเลือกตั้ง” น่าจะเริ่มได้
และนี่คือสิ่งที่หลายพรรคการเมืองรอคอย
แปลกอย่างยิ่งที่ไม่มีพรรคการเมืองใดเรียกร้องหรือพยายามกดดันต่อคสช.และรัฐบาล
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม
ราวกับก่อนหน้านี้ นายวัฒนา เมืองสุข ไม่ได้ถูกมาตรา 116 หล่นโครมเข้าใส่ ราวกับไม่เคยมี “แผนกรกฎ 52″ มาก่อน
หรือเป็นเพราะว่าสถานการณ์ในวันที่ 25 สิงหาคม มิได้ดำเนินไปตามที่คาดและวาดเอาไว้ อันเท่ากับไม่มี”เงื่อนไขพิเศษ” ใดๆทั้งสิ้น
นี่คือ “คำถาม” ที่แทบไม่ได้รับ “คำตอบ“

