19 นปช.ขึ้นศาลทหาร นัดสอบคำให้การ คดีเปิดศูนย์ปราบโกง’ประชามติ’ เหวงจี้ ถาม คสช. 2 มาตรฐานหรือไม่ เหตุ พธม.แถลงข่าวได้ ด้าน’ตู่-เจ๋ง ดอกจิก’ใส่ชุดเรือนจำ ทักทายมวลชน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลทหารนัดสอบคำให้การ คดีการแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 7/2557 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป ที่อิมพีเรียลลาดพร้าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา
โดยมีผู้ถูกกล่าวหา 19 คน ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายสงคราม กิจไพโรจน์, นายสมหวัง อัศราศี, นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์, นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์, นายอารี ไกรนรา, นายสมชาย ใจมุ่ง, นายพรศักดิ์ ศรีละมุด และนายศักดิ์รพี พรหมชาติ นายนิสิต สินธุไพร ขาดเพียงนายศักดิ์รพี ไม่ได้เดินทางมาศาลฯ เนื่องจากป่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ทางกรมราชทัณฑ์นำตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่อยู่ระหว่างถูกจำคุกในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าสั่งฆ่าประชาชน ในการปราศรัยเวทีชุมนุมกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา และนายยศวริศ ชูกล่อม ถูกจำคุกในคดีหมิ่นเบื้องสูง จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยทั้งสองมีสีหน้ายิ้มแย้มทักทายมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจประมาณ 20 คน
จากนั้นเวลา 09.30 น. นางธิดากล่าวว่า การเดินทางมาขึ้นศาลทหารครั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลได้เลื่อนนัดสอบคำให้การจากครั้งที่แล้ว เพราะมาไม่ครบ 19 คน ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหามากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ การร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ เรามีความปรารถนาดีที่ต้องการให้การทำประชามติมีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับ และมั่นว่าไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง
ขณะ นพ.เหวงกล่าวว่า ตนขอตั้งข้อสงสัยการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ร่วมกันแถลงข่าว จำนวนกว่า 10 คน ต่อกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องการสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2551 อยากถามว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ และ คสช.มีมาตรฐานอย่างไร ในเรื่องความยุติธรรม หากไม่มีมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมก็ยากที่จะเกิดการปรองดอง แม้ว่าจะประกาศสัญญาประชาคมแล้วก็ตาม
“การสลายการชุมนุมของกลุ่ม พธม.วันที่ 7 ตุลาคม ปี 2551 กับการสลายการชุมนุมพฤษภา 2553 จะเห็นว่าการสลายการชุมนุมของ พธม. ใช้เพียงแก๊สน้ำตา และกำลังตำรวจ ส่วนการสลายการชุมนุม นปช. นั้นใช้ทหาร 6 หมื่นนาย ของ 3 เหล่าทัพ รวมทั้งกระสุนสองแสนกว่านัด ผมอยากถามว่าทั้งสองกรณีนี้มีการปฏิบัติ 2 มาตรฐานหรือไม่ หากมี 2 มาตรฐานจะหาความยุติธรรมในประเทศนี้ไม่ได้” นพ.เหวงกล่าว





