‘ณัฐวุฒิ’ยัน’ปู’หนี ไม่กระทบมวลชน เปรยขอคสช.เคลื่อนไหวหาความยุติธรรม

5.09.17 | 14:30 น.

“เต้น” ประเมินท่าที การเคลื่อนไหว “นปช.” หลัง “ยิ่งลักษณ์” หนีคดี บอกไม่กระทบขวัญมวลชน ชี้ไม่ยึดติดตัวบุคคล หากยึดหลักการ “ปชต.” อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ เปรยอนุญาต คสช. เคลื่อนไหวเรียกหาความยุติธรรม หลังศาลยกฟ้องคดีสลายการชุมนุม 19 พ.ค.53

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงทิศทางของกลุ่ม นปช.ภายหลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีคดีไปต่างประเทศ ว่า สำหรับการรักษาจุดยืนประชาธิปไตย ย้ำว่า นปช. ไม่จำเป็นที่จะต้องรอท่าทีของใคร เพราะเรามีความชัดเจนมาตลอด ว่าเราต่อสู้เพื่อสิ่งนี้ หากทางพรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันหลักการประชาธิปไตย นปช. ก็จะเป็นแนวร่วมและเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนใครจะมาเป็นผู้นำพรรคคนต่อไปนั้นถือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคต้องดำเนินการกันเอง

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับการหลบหนีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ตนคิดว่าไม่กระทบต่อขวัญและกำลังใจของมวลชนกลุ่ม นปช. เนื่องจากเรามีประสบการณ์การต่อสู้มากว่า 10 ปี ทำให้มวลชนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี สามารถประเมินสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งคดีของคุณยิ่งลักษณ์มีข้อเท็จจริงที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ คือ กระบวนการก่อนถึงชั้นศาล มีคำถามถึงหลักนิติธรรมอยู่หลายขั้นตอน ทั้งขั้นตอนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือขั้นตอนหลังการรัฐประหาร ที่ใช้มาตรา 44 เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี ดังนั้นตรงนี้ประชาชนมองเห็น ส่วนกระบวนการพิจารณาและคำพิพากษาของศาลนั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ

“ผมเชื่อว่าประชาชนเข้าใจการตัดสินใจของคุณยิ่งลักษณ์ และไม่ส่งผลกระทบต่อหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนยึดถือมาตลอด 10 ปี คนเสื้อแดงออกมาต่อสู้ก่อนคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาเป็นนักการเมือง จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องยึดติดว่าใครจะอยู่หรือจะไป แต่ขึ้นอยู่กับบ้านหลักการต่อสู้ยังอยู่ในใจของประชาชนหรือไม่ถ้ายังอยู่ทุกอย่างก็เดินหน้า “นาย ณัฐวุฒิกล่าว

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงจะมีการนัดรวมตัวกันของฝ่ายกฎหมาย นปช. และส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อมาหารือในข้อกฎหมาย กรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งยกฟ้องการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 53 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน โดยตนยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง และย้ำว่าไม่มีการเดินขบวนหรือชุมนุมใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นตนจึงอยากขออนุญาต คสช. ไว้ตรงนี้ เพื่อติดตามทวงหาความยุติธรรม ให้ผู้เสียชีวิต 100 ศพ ส่วนจะอนุญาตหรือไม่นั้นตนก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำอยู่แล้ว

Advertisement

เลขาธิการ นปช. กล่าวต่อว่า คดีนี้เหมือนงูกินหาง เราไปเริ่มต้นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาพยานหลักฐานมีความเห็นสั่งฟ้อง ส่งไปอัยการ จากนั้นอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องส่งไปศาล ซึ่งศาลพิพากษาว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. แต่พอไปที่ ป.ป.ช.กลับบอกว่า เรื่องฆ่าคนตายต้องเป็นหน้าที่ดีเอสไอ มันก็ครบ 1 รอบพอดี ซึ่งผมเคารพคำวินิจฉัยของศาล จึงเป็นหน้าที่ที่ผมต้องอดทน เดินกันต่อ

“ความยุติธรรมถ้ามาช้า คือความอยุติธรรม แต่เราต้องตามกันให้เจอ แม้ว่ามันจะมาช้า แต่เมื่อมาถึงยังถือว่าคนตายยังมีผู้รับผิดชอบ คนกระทำความผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย” นายณัฐวุฒิกล่าว