อย่าคิดว่า “ตุ๊กตา” อันฝ่ายธุรการของกกต.จัดทำขึ้นในเรื่อง”การ เลือกตั้ง” จะไม่มีบทบาท ไร้ความหมาย
แม้คนไทยจะคุ้นชินกับคำ ตุ๊กตา”ล้มลุก”
แม้คนไทยจะคุ้นชินกับเสียงร้องจากบทเพลง”คืนความสุข”อันกระหึ่มหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
“ขอเวลาอีกไม่นานนนนนนนน”
จากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือนพฤษภาคม 2558
จากเดือนพฤษภาคม 2558 มายังเดือนพฤษภาคม 2559 และเดือนพฤษภาคม 2560
ผ่านเลยไปยังเดือนพฤษภาคม 2561
และอาจผ่านเลยไปยังเดือนพฤษภาคม 2562 ก็เป็นได้
ไม่ว่าน้ำเสียงจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าน้ำเสียงจากพรรคประชาธิ ปัตย์ ไม่ว่าน้ำเสียงจากพรรคชาติไทยพัฒนา
สะท้อนความเข้าใจ
เข้าใจในเหตุผลและความต้องการของคสช.และของรัฐบาล อันวางรากฐานอยู่กับ “แม่น้ำ 5 สาย”
ขณะเดียวกัน ความจัดเจนที่ผ่านรัฐประหารมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2520 ตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 ย่อมรู้อยู่เป็นอย่างดี
ไม่ว่า พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ไม่ว่า พล.อ.สุจินดา ครา ประยูร เมื่อมาถึงจุด ๆ หนึ่งในทางการเมือง
ที่คิดว่าเป็น“จุดแข็ง“ก็จะกลายเป็น “จุดอ่อน“
ถามว่าทำไม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงรีบมา รีบไป หลังรัฐประ หารเมื่อเดือนกันยายน 2549
เพราะว่ามีความเข้าใจ
เข้าใจในอุณหภูมิและความรู้สึกทางการเมือง เห็นในลักษณะแห่ง”อนิจจัง”ไม่ว่าจะมากด้วย “อำนาจ”เพียงใดก็ตาม
ขนาด จอมพลถนอม จอมพลประภาส ยังต้องไป
สดๆร้อนๆ ขนาด พล.อ.สุจินดา คราประยูร ตัวแทนทหาร ตำรวจรุ่น 0143 ยังต้องไป เพราะเมื่อบรรลุถึงอุณหภูมิ 1 ในทาง การเมือง
ที่เคยแสดงตัวเป็น “มิตร” อาจแปรเปลี่ยนและกลายกลับมาเป็น “ศัตรู”
“จุดแข็ง“ก็จะกลายเป็น“จุดอ่อน“

