‘มัลลิกา’แนะ’บิ๊กตู่’ตั้งองค์กรพิเศษล่าเงินคืนรัฐ พ่วงจ่อฟ้องคนละเว้น จี้ทวง 7.6 หมื่นล.’พรีเพด’

7.09.17 | 14:35 น.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ผ่านมามีหลายคดีที่ถึงที่สุดโดยมีคำสั่งหรือคำพิพากษาศาล หรือท้ายคำพิพากษาในคดีต่างๆ ที่ได้สร้างความเสียหาย ให้แก่รัฐหรือประเทศ ตนจะติดตามทวงเงิน หรือค่าความเสียหายเหล่านี้แก่รัฐ คดีแรกคือกรณีเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายึดทรัพย์มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน จากคดีร่ำรวยผิดปกติของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยทรัพย์จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทนี้ ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ยึดเงินคืนมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนมูลค่าความเสียหายอีกจำนวนกว่า 7.6 หมื่นล้านบาทที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบริษัทเอกชนด้านโทรคมนาคม ว่าความเสียหายเกิดจากคดีอาญาหรือการทุจริต ดังนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีทีเดิม) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน มีรัฐมนตรี 4 คน และปลัดกระทรวงอีก 3 คนเข้ามาบริการกำกับดูแล แต่กลับปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการทวงเงินท้ายคำพิพากษาศาลคืนแก่กระทรวงดีอี หรือกระทรวงไอซีทีเดิม และองค์การโทรศัพท์ฯ(ทีโอที) เพื่อฟื้นสภาพรัฐวิสาหกิจไทย และนำรายได้ทั้งหมดส่งคืนแผ่นดินแต่อย่างใด ทั้งที่ในท้ายคำพิพากษาศาลระบุชัดเจนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์มือถือแบบจ่ายล่วงหน้า(พรีเพด-Prepaid)


“นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ กับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มีหน้าที่หารายได้เข้ารัฐ ที่ผ่านมา 3 ปีรัฐบาลนี้ถูกวิจารณ์ว่าขาดศักยภาพในการสร้างรายได้ และหารายได้เข้ารัฐ แต่โดยหน้าที่แล้ว ทุกคนลืม หรือละเว้นในการติดตามค่าเสียหายตามท้ายคำพิพากษาศาลเพื่อนำรายได้ที่สมควรเข้าแผ่นดินหรือไม่ จึงขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาเฉพาะเพื่อติดตามทวงคืนค่าเสียหายในคดีที่ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลแล้ว โดยมีอัยการ หรือกรรมการกฤษฎีการ่วมเป็นองค์คณะหรือกรรมการเพื่อติดตามทวงค่าเสียหายเหล่านี้ให้มีผลบังคับใช้ตามคำพิพากษาศาลโดยถูกต้องตามกฎหมายจากบริษัทเอกชน ข้าราชการ และนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริต ร่วมทุจริต และการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องให้ปรากฏต่อสังคมเป็นรูปธรรม เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริง ไม่ใช่พูดแค่ลมปาก เพราะยังมีอีกหลายสิบคดี เช่น คดีการออกใบกำกับภาษีปลอม คดีรายได้ของทีโอทีขาดหายไป 7 หมื่นล้านบาท คดีสัญญาดาวเทียมที่ต้องชำระหนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สั่งการก็เชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าเริ่มต้น และจะหารือกับฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจะเอาผิดต่ออดีตรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพื่อฟ้องต่อศาลทุจริตต่อไป” นางมัลลิกากล่าว