หน้าแรก การเมือง ประยุทธ์ นำคณ...

ประยุทธ์ นำคณะ ถก ครม.ร่วม ไทย – กัมพูชา บรรยากาศชื่นมื่น

7.09.17 | 15:25 น.
ภาพจากเฟสบุ๊ก Wassana Nanuam

ประยุทธ์ นำคณะ ถก ครม.ร่วม ไทย – กัมพูชา ย้ำยุทธ์ชาติ 20 ปี คู่นโยบาย 4.0 ดันความร่วมมือรอบด้าน รองนายกฯ เผย กัมพูชาให้ไทยศึกษาการบูรณะกลุ่มปราสาทเกาะแกร์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือทวิภาคีและประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 ที่อาคารสันติภาพ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กรุงพนมเปญ โดยมีสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ให้การต้อนรับ ก่อนเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 โดยเป็นการแสดงเจตนารมณ์จะขยายความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและการพัฒนา และ (2) ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย – กัมพูชา

พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมกล่าวเปิดการประชุมว่า ไทยกำลังดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบาย Thailand 4.0 รัฐบาลกัมพูชาก็ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์จตุโกณที่มีความสำคัญสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายเครือข่ายความเชื่อมโยงด้านการคมนาคม การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็ก SMEs และกลุ่ม Start up นอกจากนี้ ไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ โดยขณะนี้ไทยส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาสายอาชีวะ ซึ่งจะผลิตแรงงานที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาประเทศนั้น ไทยยึดนโยบาย Thailand +1 และเน้นความร่วมมือที่เป็นหุ้นส่วนและเดินหน้าไปด้วยกัน และต้องร่วมกันแก้ปัญหาที่มีอยู่ โดยไม่สร้างปัญหาในวันข้างหน้า ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีหวังว่าการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการกระชับความร่วมมือและแนวทางสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนของประเทศทั้งสอง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงว่า การเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ที่ผ่านมามีความร่วมมือระหว่างกันอย่างดียิ่งในทุกระดับ ทั้งระดับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และแม่ทัพภาค รวมทั้งกลไกทวิภาคี คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC และ RBC และการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งดูแลด้านความมั่นคงชายแดนในส่วนของประชาชนในท้องถิ่นโดยตรง ทำงานอย่างบูรณาการเสริมสร้างพื้นที่ชายแดนให้มีความสงบสุข สองประเทศมีเสถียรภาพ เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบนพื้นฐานของความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ดังนั้น ขอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งจัดทำรายชื่อผู้ประสานงาน สำหรับช่องทางการสื่อสารเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน หรือ hotline ในทุกระดับการบังคับบัญชาเพื่อการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนได้อย่างทันท่วงที

Advertisement

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจว่า ทั้งสองประเทศต้องเร่งเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านแดนโดยเร็ว ระหว่างนี้ ต้องใช้ความตกลงในกรอบพหุภาคี ไม่ว่าจะเป็นกรอบ WTO ASEAN GMS และ ACMECS ให้เกิดประโยชน์สูง ด้านการลงทุน กัมพูชามีศักยภาพในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการยกเว้นภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ ไทยมีความเข้มแข็งด้านการแปรรูปและด้านโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมโยงสินค้าและไปยังตลาดอื่นๆ โดยผ่าน Eastern Seaboard หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและท่าเรือดานังในอนาคต ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มห่วงโซ่การผลิตระหว่างเขตเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศกับตลาดโลกอย่างสมบูรณ์ ความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่จะลงนามในวันนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนไทยและสนับสนุนการลงทุนในกัมพูชาต่อไป ไทยยังมุ่งแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเพื่อให้แรงงานได้รับสิทธิ สวัสดิการและการคุ้มครองตามกฎหมาย และพร้อมสนับสนุนกระบวนการพิสูจน์สัญชาติและการแจกหนังสือเดินทางของแรงงานต่างด้าวในไทยของฝ่ายกัมพูชาต่อไป

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมว่า ไทยและกัมพูชาอยู่ระหว่างการจัดตั้งศูนย์แรกรับเหยื่อการค้ามนุษย์ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการค้ามนุษย์ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืนและมีศักดิ์ศรี ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม กัมพูชาได้ให้ไทยเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ในการบูรณปฏิสังขรณ์กลุ่มปราสาทเกาะแกร์ ในจังหวัดพระวิหาร ทั้งนี้ รัฐบาลไทยย้ำเรื่องบทบาทที่สร้างสรรค์ของภาคเอกชนและธุรกิจของไทยที่อยู่ในกัมพูชาให้ดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนกัมพูชาด้วย

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 ประเทศแถลงข่าวร่วมกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยยินดีให้ความช่วยเหลือปรับปรุงพัฒนาคุณภาพสินค้าการเกษตร ส่วนการเปิดจุดผ่านแดนจะเร่งรัดการหารือคณะกรรมการเจบีซี ให้ดำเนินการให้รวดเร็วมากขึ้น พร้อมตกลงความร่วมมือมากขึ้นในด้านยาเสพติด ค้ามนุษย์ โดยเฉพาะแรงงานประมง จากกัมพูชา จะต้องคัดแยกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้นไทยยินดี ช่วยตั้งศูนย์แก้ปัญหายาเสพติด และร่วมกัน ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปรามและฟื้นฟู ส่วนเรื่องความเชื่อมโยง นั้น ได้ข้อสรุปจะร่วมมือกัน โดยในส่วนของรถไฟ จะเชื่อมไปถึงกรุงพนมเปญโดยเร็ว และจะถือว่า เป็นเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ เชื่อมไทย กับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และมีข้อตกลงจะดูแลผู้ประกอบการทั้ง 2 ฝ่ายให้ดีที่สุด ตามมาตรการที่เหมาะสม ทั้งนี้โดยสรุปแล้ว คือการก้าวไปข้างหน้าของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาค และอยู่บนพื้นฐานการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่มีความหวาดระแวง บนผลประโยชน์ที่เท่าเทียม

ด้านสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงว่า การหารือกันครั้งนี้ถือเป็นเข็มทิศชี้ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกัมพูชา และไทย อย่างไรก็ตามเกือบทุกบริบทที่หยิบยกมาหารือ และเห็นชอบร่วมกันนั้น โดยทางด้านเศรษฐกิจ ทั้ง 2 ประเทศ มุ่งเน้นเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน ซึ่งไทยตกลังรับซื้อสินค้าเกษตรกรมากขึ้น ขณะที่การเชื่อมโยงระหว่างกันเป็นประเด็นหลัก และเห็นชอบเปิดด่านถาวร อีก 4 แห่ง ส่วนปัญหายาเสพติดและการค้ามนุษย์ก็เป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายหยิบยกมาหารือ กัน ทั้งนี้ อยากให้คนงานกัมพูชา เข้าทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย โดยไม่ถูกหลอก ขณะเดียวกันริเริ่มให้มีหมู่บ้านสีขาว ปลอดยาเสพติด

ด้าน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ประทับใจที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ได้กรุณาแต่งเพลงให้ 4 เพลง เกี่ยวกับสะพานมิตรภาพ ที่บ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท จึงให้สองฝ่ายเร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างอาคาร ถนน สะพานและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง hardware และ software เพื่อให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านหนองเอี่ยน จ. สระแก้ว– สตึงบท จ. บันเตียเมียนเจย ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นสะพานแห่งมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ เป็นสะพานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์และนำมาซึ่งความเจริญระหว่างทั้งสองประเทศ ตามบทเพลงของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังเห็นสอดคล้องในแนวทางต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค้าการค้าระหว่างกัน ทั้งการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน การขนส่งสินค้าผ่านแดน การเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษ กัมพูชายังเชิญชวนให้มีการลงทุนในกัมพูชาด้วย สำหรับความมั่นคง ก็ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง แก้ไขปัญหาตามแนวบริเวณชายแดน รวมทั้งการค้าผิดกฎหมาย และการลักลอบค้ามนุษย์ และการค้าอาวุธ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จวิบูลเสนาภักดี สาย ชุม ประธานวุฒิสภา และรักษาการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และวางพวงมาลาถวายสักการะแด่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระบรมรัตนโกศ ก่อนร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดสวนมิตรภาพกัมพูชา – ไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญกลางกรุงพนมเปญ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ