หน้า4เรียงคนวันที่ 8 ก.ย.60 โดย ชโลทร

เหรียญส่งเสริมวัฒนธรรมรศ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะร่วมแสดงความยินดีกับสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ในโอกาสได้รับพระราชทานเข็มเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้สนับสนุนส่งเสริมวัฒนธรรมของชาติ ในวันอนุรักษ์มรดกไทย เมื่อเร็วๆ นี้

ประชุมผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ อาทิ อุไร คุณานันทกุล, รักษา แสงภู่, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ดวงใจ ตั้งสง่า, สุวิมล มหากิจศิริ ณ ห้องคองจู โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส เพื่อเตรียมจัดงานมอบทุนสนับสนุนการศึกษานักเรียนในสังกัด กทม.ประจำปี จำนวน 361 ทุน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 11 กันยายน ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

เชื่อม3สนามบินภวัต เลิศมุกดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสม โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ณ โรงแรมเอเชีย พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดโชว์รูม วิโรจน์ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท บาเซโลนา มอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท อาทิ กวิน ลีนุตพงษ์ ชาคริต ลีนุตพงษ์ และ ศศิวัณย์ เห็นพร้อม จัดงาน “เซเลเบรทติ้ง อะ นิว โชว์รูม” (Celebrating A New Showroom) ในโอกาสฉลองเปิดตัวโชว์รูมสาขาใหม่ โดยมี ณัฐ รวีพงศ์ และ ชาตินันท์ มิตรกูล มาร่วมแสดงความยินดี ณ บีเอ็มดับเบิลยู บาเซโลนา มอเตอร์ สาขาบางแค เมื่อเร็วๆ นี้

ประชุมวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เป็นประธานในงาน “การประชุมสมาชิกประจำเดือนสิงหาคม สมัยที่ 37 ครั้งที่ 5” โดยมี พรทิพย์ หิรัญเกตุ อุปนายก, อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์เลขาธิการ, มิ่งขวัญ เมธเมาลี อุปนายก, เอกสิทธิ์ โชติกเสถียร เหรัญญิก และ คณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมงาน ณ ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ร่วมทุนธนากร ธนวริทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าว “เซ็นสัญญาร่วมทุนโครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์” กับกลุ่มทุน ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ นำโดย สึโตมุ อิคุมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน โดยมีผู้บริหารระดับสูงร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ออลล์ อินสไปร์ สำนักงานใหญ่ ชั้น 18 อาคาร ภิรัช ทาวเวอร์ แอท ไบเทค เมื่อเร็วๆ นี้

⦁…ไม่ว่าจะเป็น “นิด้าโพล” เมื่อเดือนที่ผ่านมา หรือ “พระปกเกล้าโพล” ในวันนี้ ภาพสะท้อนคะแนนนิยมทางการเมืองยังเทมาที่ “อำนาจที่มาจากการรัฐประหาร” และหมางเมินต่อ “นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง” เป็นการประกาศตอกย้ำว่า “ประชาชนไม่ไว้ใจตัวแทนที่พวกเขาเองเลือกขึ้นมา” แต่เชื่อมั่น “กลุ่มที่ชิงอำนาจมาจากตัวแทนประชาชน” มากกว่า ด้วยเหตุนี้เอง “เสียงของนักการเมืองจากการเลือกตั้ง” จึงไม่มีความหมายอะไรมากนัก แม้แต่เสียงเรียกร้องให้ “เร่งการเลือกตั้ง” อันเป็นการ “คืนอำนาจให้ประชาชน” ก็ยังห่างไกลความใส่ใจรับฟังของ “ประชาชนส่วนใหญ่”

⦁…ด้วยเหตุนี้เอง การเมืองไทยที่มีความพยายามจะอธิบายด้วย “ทฤษฎี 3 ก๊ก” จึงพบว่า “ก๊กนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน” ดูจะถอยห่างจากโอกาสเข้ามามีบทบาทในกลไกอำนาจเข้าทุกที เกมอำนาจ ณ ปัจจุบันขณะนี้กลายเป็นการต่อสู้ระหว่าง “2 ก๊ก” ที่ต่าง “ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” แม้จะมี “พรรคการเมือง” ที่พอจะมีบทบาทอยู่บ้าง ก็เป็น “พรรคที่มีภาพว่ามาจากการเลือกตั้ง” แต่โดยแท้จริงแล้ววางกลยุทธ์ให้เป็น “ตัวเลือกเพื่อเติมภาพประชาธิปไตยให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” เท่านั้น

⦁…จะเห็นได้ว่า “เสียงเร่งวันเลือกตั้งให้เร็วขึ้น” ไม่ได้มาจาก “พรรคการเมือง” แต่เป็นการตะโกนของ “องค์กรที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเลือกตั้งของประชาชน” แถมยังเคยเป็น “กลไกที่ขัดขวางการเลือกตั้ง” ก่อการตอบโต้ของ “กลุ่มที่รับผิดชอบเขียนกติกากำหนดโครงสร้างอำนาจ” เป็นการโต้แย้งกันระหว่าง “2 ก๊ก” ที่ไม่เกี่ยวกับการยึดโยงกับประชาชน

⦁…ในอีกทางหนึ่ง เสียงถามถึงความชอบธรรมในการวาง “ยุทธศาสตร์ 20 ปี” แม้ที่จางไปคือ “เสียงนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน” ด้วยไร้คนที่จะใส่ใจฟัง แต่ที่ดังขึ้นและเป็นที่สนใจมากกลับกลายเป็น “คนในเครือข่ายที่ไม่เกี่ยวอะไรกับการเลือกตั้งของประชาชน” เคยเป็น “แนวร่วมที่แข็งแกร่ง” ของ “อำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน” สะท้อน “2 ก๊กที่ปะทะกัน” ไม่เกี่ยวโยงกับ “อำนาจที่มาจากประชาชน” เช่นกัน

⦁…ที่น่าสนใจยิ่งอยู่ที่ “การใช้ความเกลียดชังต่อตระกูลชินวัตรเป็นอาวุธ” ที่ประเดประดังกันเข้ามาหลัง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หนีออกนอกประเทศ ก่อนหน้า “ความเกลียดชัง” นี้เป็น “อาวุธ” ที่หันปลายแหลมเข้าทิ่มแทง “นักการเมืองจากการเลือกตั้งฝ่ายที่ยืนข้างเดียวกับชินวัตร” ไม่ว่าใครก็ตามที่ “กลุ่มที่ไม่ได้อำนาจมาโดยไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน” ไม่ชื่นชอบ จะใช้วิธี “โยงผู้ที่ตัวไม่ชอบไปไว้ในฝ่ายชินวัตร” และใช้ “ความเกลียดชังเป็นอาวุธทำลายล้าง” มาวันนี้ “อาวุธที่สร้างจากความเกลียดชัง” เริ่มหันปลายแหลมเข้าหา “เครือข่ายที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งด้วยกันเอง” เป็น “2 ก๊ก” ที่เคยเป็นแนวร่วมพันธมิตรกันตอนไล่ล้าง “นักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน” ที่หันมาเผชิญหน้ากันเอง

⦁…เมื่อไร้ “ศรัทธาประชาชน” มีแต่จำใจถอยห่างจาก “โอกาสแห่งอำนาจ” เพียงแต่การถอยให้เห็นกลับเป็น “โอกาสอีกทาง” นั่นคือ “โอกาสที่ไม่ถูกไล่ล้างทำลาย” แต่นั่นยังไม่เท่า “อีกโอกาส” นั้นคือ “โอกาสในฐานะผู้ชม” เมื่อเป็น “ผู้เล่นที่ไม่มีราคา” ความมุ่งมั่นของผู้ที่ต้องการชัยชนะ ย่อมโฟกัสไปที่จุดอื่น คนอื่น เป็นโอกาสของการได้เห็น “2 ก๊กที่ไม่เกี่ยวอะไรกับการยึดโยงประชาชน” ออกมาออกอาวุธใส่กันเอง “อาวุธที่สร้างขึ้นมาจากความเกลียดชังร่วมกัน” ย่อมมีอานุภาพทำลายล้าง “ผู้ถูกป้ายสีว่าทรยศต่อความเกลียดชัง” ได้สูงยิ่ง

⦁…ดูเหมือนว่านับจากนี้ไป “รัฐบาล คสช.” ภายใต้ศรัทธาและความนิยมสูงยิ่งจาก “ประชาชนผู้เกลียดชังนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะต้องค่อยๆ เริ่มรับรู้ถึงอานุภาพแห่งการทำลายล้างของ “อาวุธที่ถูกสร้างจากความเกลียดชัง” นั้น เป็น “อาวุธในมือของคนที่เคยเป็นแนวร่วม” ที่ต้องการพิสูจน์ว่า ผู้ที่สถาปนาความเป็น “คนดี” ให้ตัวเองได้ ที่จะทำให้เข้ามาควบคุม “ศูนย์กลางอำนาจ” ที่แท้จริง “เป็นคนกลุ่มใดกันแน่”

ชโลทร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.สะเดา ตั้งด่านตรวจเข้มหลังขึ้นภาษีสุรา-ยาสูบ ป้องกันสินค้าเถื่อนทะลัก
บทความถัดไปเม็กซิโกระทึก! แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.0 นอกชายฝั่งเม็กซิโก เตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ