หน้าแรก การเมือง งานเขียนเก่า ...

งานเขียนเก่า : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ : ดวงดาวจักทำอะไรได้

10.03.16 | 17:23 น.

ดวงดาวจักทำอะไรได้

หมอแพทย์ทายว่าไข้ ลมคุม

โหรว่าเคราะห์แรงรุม โทษให้

แม่มดว่าผีกุม ทำโทษ

ปราชย์ว่ากรรมเองไซร้ ก่อสร้างมาเอง ฯ

Advertisement

โคลงโลกนิติ์บทนี้บอกถึงการ “มองต่างมุม” ของผู้รู้หรือผู้พยากรณ์ต่างๆ ตามวิสัยภูมิ

บ้านเมืองเราเวลานี้ดูจะลงอยู่วรรคเดียวคือ “โหรว่าเคราะห์แรงรุม โทษให้” นี้เท่านั้น

ปีนี้ท่านโหรทั้งหลายก็ดูจะพยากรณ์แรงร้ายไปทั้งนั้น ว่ากันถึงเลือดจะท่วมแผ่นดินนั่นเทียว โหรท่านยืนยันตามวิถีดวงดาว บรรดาดาวร้ายมารุมมาเล็งเอาดวงบ้านดวงเมืองให้วิบัติกลัดกลุ้มไปเสียทั้งสิ้น

ยิ่งวิบัติภัยธรรมชาติมากระหน่ำซ้ำด้วยสาเหตุโลกตัวร้อน ก็ยิ่งพานให้สะบัดร้อนสะบัดหนาวกันไปทุกหย่อมหญ้า

ปีหมูจะเข้าทำนอง “เตะหมูเข้าปากหมา” ไปแล้วเสียกระมัง

น่าสงสารสังคมไทยเสียจริงๆ ที่ศาสนาของผู้รู้ไม่สามารถมีบทบาทแหวกวงความเชื่ออันชวนให้ “เสียสติ” ยอมจำนนกับคำทำนายของโหรเพียงนี้เท่านั้น

ท่านโหรเองก็ช่างกระไร หาได้บันยะบันยัง พรางร้ายให้กลายดีตามธรรมเนียมแห่งวิถีทำนายบ้างก็ดูจะไม่มีเอาเสียเลย

แท้จริงเรามีภาษิตพระโพธิสัตว์ ว่า

นักขัตตัง ปฏิมา เนตตัง

อัตโถ พาลัง อุปัจจถา

อัตโถ อัตภัสสะ นักขัตตัง

กิงกริ สันติ ตาระกา

แปลว่า “ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลา ผู้มัวถือฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้”

เรื่องของดวงดาวกับเรื่องของกรรมคือ “การกระทำ” นี้ มีคำอธิบายไว้แจ่มชัดในหนังสือ “โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน” เรื่องย่อๆ คือ

เหลี่ยวฝานเชื่อคำทำนายของโหรมากด้วยทายแม่นว่าจะได้เป็นนายอำเภอ เมื่ออายุเท่านั้นเท่านี้ก็ตรงหมด และว่ามียศตำแหน่งสูงสุดเพียงเท่านั้น และอายุก็สั้น เหลี่ยวฝานเชื่อโหร หลังจากได้ตำแหน่งตามทำนายจึงลาออกจากราชการมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมในบั้นปลายชีวิตที่เหลือสั้นนั้น

จาริกไปเจออาจารย์ผู้รู้จริงเข้าหลังจากทดสอบภูมิรู้และทราบเรื่องราวของเหลี่ยวฝานแล้ว อาจารย์ก็อธิบายแก่เหลี่ยวฝานถึงวิถีแห่งดวงดาว

ว่าธรรมชาติของดวงดาวนั้นมีอิทธิพลต่อกันระหว่างดาวจริง เช่น มีแรงดึงดูด แรงแสง ที่ส่งถึงกัน

ฉะนั้น ชีวิตทั้งปวงในโลกซึ่งเป็นดาวดวงหนึ่ง เราเองย่อมเป็นเนื้อของดาวดวงนี้ด้วย ดังนั้น ขณะเราเกิดมาตรงไหนตรงนั้นย่อมได้รับผลกระทบระหว่างดวงดาวอื่นในฟากฟ้าด้วย ดังวิถีที่โหรนำมาตั้งมุมพยากรณ์ตามลัคนาราษีและเวลาเกิดนั้นๆ

ถ้าเราเชื่อตามนี้แล้วปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามลิขิตแห่งดวงดาวตามนั้น ดวงดาวย่อมมีอิทธิพลเต็มที่

อาจารย์ของเหลี่ยวฝานบอกว่า ดวงดาวมีอิทธิพลก็จริง แต่ “แรงกรรม” คือ แรงแห่ง “การกระทำ” นี่ต่างหากสามารเอาชนะ “แรงดาว” ได้

เหลี่ยวฝานเริ่มเห็นจริงจึงเปลี่ยนความคิดใหม่ตั้งหน้าประกอบกรรมทำดีใหม่

ปรากฏว่าเหลี่ยวฝานกลับรับราชการมีตำแหน่งก้าวหน้าเป็นถึงเจ้าเมือง และมีอายุยืนยาวเกินคำพยากรณ์ไปอีกมากมายหลายเท่า

ที่สำคัญคือ เหลี่ยวฝานทำบัญชีความดี-ความชั่วของตัวเองอย่างสัตย์ซื่อ

เมื่อแรก บัญชีความชั่วในแต่ละวันจะมากกว่าบัญชีหน้าความดี แล้วค่อยเพิ่มเป็นความดีมากกว่าความชั่ว ที่สุดมีแต่รายการความดี ความชั่วไม่มีเหลืออยู่ในบัญชีอีกเลย

เรื่องของเหลี่ยวฝานนี้ว่าเป็นเรื่องจริงของจีนไปค้นหาอ่านกันดูเถิด

เรื่องนี้ทำให้คิดถึง “อนุทินปฏิบัติธรรม” ของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ เป็นบันทึกลายมือ เมื่อท่านอายุเพียง 27 ปี ท่านมีบัญชีชำระกิเลสทุกวันว่าวันนี้มีกิเลสอะไรเกิดขึ้นบ้าง กระทั่งไม่เกิดกิเลสเลยก็มี

เรื่องของ “ดวงดาว” ดูจะมีอิทธิพลต่อความเชื่อในบ้านเรามากเป็นพิเศษทั้งผู้มีอำนาจและผู้ไร้อำนาจ โหราจารย์ตลอดจนพระคุณเจ้าต่างก็ตั้งสำนักพยากรณ์กันอย่างเอาจริงเอาจัง

กระทั่งเหมือนว่าจะมอบบ้านนี้เมืองนี้ให้อยู่ภายใต้ชะตากรรมของดวงดาวเพียงเท่านั้น ผู้คนก็ดูราวจะหมอบราบคาบแก้วอยู่กับประกาศิตแห่งโหรเพียงเท่านั้นด้วย

ท่านผู้รู้ในศาสตร์แขนงอื่นดังโคลงข้างต้นก็กระไรเลย ไม่มีปากเสียงออกมาบ้างสักแอะ ราวจะยอมจำนนไปกับอำนาจดวงดาวกระนั้น

เข้าทำนอง “จะหาปราชญ์เจียนจะขาดพระนคร” ไปเสียจริงๆ

ถ้าอย่างนั้นก็จะขอฝากตำนานในเรื่องรามเกียรติ์ตอนหิรัญยักษ์ม้วนแผ่นดินมาให้เชื่อและตีความไว้บ้าง ตรงเมื่อ หิรัญยักษ์ม้วนแผ่นดินแล้ว ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องแปลงเป็นหมูป่าเข้าขวิดหิรัญยักษ์จนต้องคลี่แผ่นดินคืน

หิรัญ แปลว่า เงิน

ยักษ์ทุนนิยมนี่แหละมันจะทุ่มเงินเข้าซื้อแผ่นดินไว้หมด ปีนี้เป็นปีหมู ดังนั้น ก็หวังแต่แนวทาง “พอเพียง” แห่งองค์พระนารายณ์จะเป็นเขี้ยวหมูสู้หิรัญยักษ์ได้ในปีนี้จริง

เถิดสาธุ!