“ประยุทธ์” เหน็บ “ยิ่งลักษณ์” เผ่นหนีก่อนรู้ผลคดี ลั่นรวย-จนถ้าทำผิดกฎหมายติดคุกเหมือนกัน เผยถามทูตทุกประเทศแล้วสั่งศาลยกเลิกโทษไม่ได้
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษเตรียมความพร้อมก่อนการประกาศวาระแห่งชาติภายใต้หัวข้อสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า
วันนี้เราต้องทำให้บ้านเมืองเป็นปกติมีสันติสุขเกิดขึ้นให้กับคนในชาติ หลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร ตนจะทำได้อย่างไร จะไปสั่งให้คนเลิกทะเลาะกันได้หรือไม่ หรือจะสั่งให้ศาลยุติธรรมยกเลิกให้อภัยกันทั้งหมด มันทำได้หรือไม่ ซึ่งมันทำไม่ได้ ประเทศไหนก็ทำไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ตนถามสถานทูต เอกอัครราชทูต ของแต่ละประเทศว่าทำได้หรือไม่ เขาตอบว่าทำไม่ได้ หากเราจะยกเลิกเพื่อการปรองดองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีความหรือเรื่องอะไรต่างๆ ก็ตาม รวมไปถึงคดีอาญา คงต้องยกเลิกให้ผู้ต้องหาออกมาทั้งหมด มันทำไหม ไม่มีประเทศไหนทำได้ ไปหามาประเทศไหนทำได้ให้บอกตนมา สิ่งสำคัญในวันนี้ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าถึงสิทธิมนุษยชนด้วยความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง
“ไม่ใช่มาบอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก มันติดคุกทุกคน อยู่ที่ว่าจะอยู่ให้ติดหรือจะหนีไป เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครคิดหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญเราโดนมองแล้วว่าถ้าเราไปทำอะไรก่อนที่คดีความจะตัดสิน โดยที่เราไปเพ่งเล็งใคร ก็จะโดนกล่าวหาเรื่องสิทธิมนุษยชนอีก นี่คือความขัดแย้งการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ ถ้าทำอะไรขณะที่ยังไม่มีเรื่องมีราว เพียงแค่นำเข้าสู่กระบวนการยังแตะอะไรกันไม่ได้เลย อันนั้นคือความยากง่ายของเจ้าหน้าที่ในการทำงาน จึงอยากเรียนไว้ตรงนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เราจะต้องมีความรัก ความสามัคคี รู้สิทธิหน้าที่ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน โดยไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น คนไทยต้องรู้กฎหมายว่าเป็นอย่างไร เราเกี่ยวข้องตรงไหน ถ้ามองเพียงว่ารัฐธรรมนูญมีกว่า 300 มาตรา แล้วทำได้ทุกอย่าง แบบนี้จะทำอะไรคงไม่สำเร็จ สิทธิมนุษยชนเองก็ทำไม่ได้ จึงต้องดูตรงนี้ด้วย เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะร่วมมือกัน และกฎหมายไม่ได้มีไว้เล่นงานคนดี กฎหมายไม่ได้มีไว้ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม แต่กฎหมายมีไว้คุ้มครองคนทุกคนให้มีโอกาสให้เข้าสู่ประโยชน์ของทรัพยากร
“กฎหมายไม่ได้มีไว้แกล้งใคร เพียงแต่ใครก็ตามที่ทำผิดกติกาเหล่านั้น ก็ต้องถูกพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่มีสาเหตุ ไม่มีเรื่อง ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครทำอะไรได้ เขาก็สู้คดีกันเยอะแยะไป บางครั้งอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่สังคมตัดสินไปแล้ว เพราะวันนี้เราตัดสินกันเองเยอะแยะ โดยตัดสินกันด้วยความรู้สึก ตัดสินกันด้วยระบบโซเชียล และตัดสินกันทางสื่อ จนเกิดความวุ่นวายไปหมด” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้มีความแตกต่างเรื่องการดำรงชีวิต ตรงนี้จะต้องดูแลกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายไปหมด คนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก เพราะคนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ใช่ไหม ยอมรับตรงนี้สิ เราก็ต้องดูแลเขาว่าจะทำอย่างไร ถ้าเขาผิดก็ต้องติดคุก แต่เขาไม่หนีเพราะหนีไม่ได้ ไอ้บางคนผิดไม่ผิดยังไม่รู้ แต่ก็หนีแล้ว อย่างนี้คิดว่ามันไม่ใช่ อย่าไปสร้างความรู้ผิดๆ แบบนี้
“นี่ผมไม่ได้พูดถึงใครเลยนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปว่าใครอีก ผมพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่อย่ามายุ่งกับรัฐบาลและ คสช.มากเกินไป ต้องนึกถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จบหน้าที่ผมแล้ว และเรื่องนี้ผมไม่ได้ทำขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเรื่องเดิมที่นำเข้าสู่กระบวนการ เพื่อจะได้จบเสียที ปัญหาใหม่ก็ยังรออยู่อีก คนทำผิดวันหน้าก็มีอีก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

