เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการยกเลิกการใช้เรือเหาะ เนื่องจากใช้งานไม่ได้ของกองทัพในภาคใต้ ว่า เรื่องนี้เป็นการใช้เงินงบประมาณอันมาจากภาษีประชาชนนับ 1,000 ล้านบาท และเป็นตัวอย่างที่สังคมควรจะช่วยกันตระหนักและมีส่วนร่วมในการรับรู้ และอยู่ในความสนใจของประชาชนผู้เสียภาษี จึงควรจะมีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง จะทำความจริงให้ปรากฏและเป็นตัวแทนของประชาชนได้
นายจิรายุกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ สตง.ช่วยทำความจริงให้ปรากฏ ออกมาตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะจะเป็นการพิสูจน์ฝีมือของ สตง.อันเป็นที่พึ่งของประชาชาชน ที่ควรสรุปผลออกมาเพื่อเป็นบทเรียนของประเทศ และจะได้ใช้เป็นบรรทัดฐานในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ว่ามีความจำเป็นหรือเหมาะสมกับสภาพการใช้งานของภารกิจนั้นๆ หรือไม่อย่างไร ที่สำคัญประเทศชาติจะได้รับประโยชน์จากการใช้เงินงบประมาณที่เก็บภาษีมาจากประชาชนได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น อีกทั้งหน่วยงานราชการอื่นๆ จะได้นำไปใช้เป็นบรรทัดฐานเพื่อให้เกิดความศรัทธาต่อประชาชนผู้เสียภาษี ที่สำคัญวันนี้ชาวบ้านเรียกเรือเหาะว่าเรือเหี่ยวกันไปหมดแล้ว และยิ่งรัฐบาลชุดนี้บอกว่ายึดอำนาจมาเพื่อเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติก็ยิ่งจำเป็นต้องทำให้ความจริงปรากฏว่าการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และซื้อแล้วมีความคุ้มค่าหรือไม่
นายจิรายุกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT 200 ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไม้ล้างป่าช้า และศาลอาญากลาง กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตัดสินเอาผิดในข้อหาฉ้อโกงกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือดังกล่าวและให้ประเทศที่รับซื้อแจ้งยอดความเสียหายไป เพื่อเรียกรับค่าชดเชยสินค้า แต่ปรากฏว่าประเทศไทยกลับ ไม่แจ้งยอดตัวเลขความเสียหายกลับไปใช่หรือไม่ เรื่องแบบนี้ประชาชนหวังให้ สตง.เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะทำให้ประเทศชาติมีบรรทัดฐานในการใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนได้

