การมี “อารมณ์” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถึงขั้นฉุนเฉียวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดา”นักข่าว”
เข้าใจได้ว่าเป็น “ยุทธวิธี” หากจะเรียกอย่างทหาร หรือว่าเป็น “กลยุทธ์” หากจะเรียกอย่างนักการตลาด
นั่นก็คือ ตี “ฉุน” เอาไว้ก่อน
สร้างความตื่นตระหนก สร้างความหวาดกลัว เพื่อเบี่ยงและหลีกเลี่ยงไม่ต้องตอบคำถาม
หรือตีฝ่าออกไปจาก “วงล้อม”
เพราะ “เข้าใจ” คำถามจาก”นักข่าว”จึงดำเนินไปอย่างชนิดที่เรียกได้ว่า “กัดไม่ปล่อย”
ในที่สุด ก็ออกจาก”วงล้อม”ไม่สำเร็จ
สถานการณ์จากเดือนสิงหาคมต่อเนื่องมายังเดือนกันยายนทำไมคนระดับ “นักข่าว”จะไม่รู้ ไม่เข้าใจ
เข้าใจใน “ความหงุดหงิด” อันเกิดขึ้น
กรณีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แทบไม่ต้องกล่าวถึง
เพราะ”ตีปีก”อยู่แค่ไม่กี่”นาที”
จากนั้น ทุกคำถามไม่ว่าในประเทศ ไม่ว่านอกประเทศล้วนรวมศูนย์ไปยัง 1 คสช. 1 รัฐบาล
ยิ่งเพิ่งไป”สวมกอด”ที่กรุงพนมเปญ ยิ่งหงุดหงิด
เท่านั้นไม่พอยังมีเรื่อง “ป่าเสื่อมโทรม”ที่ห้วยเม็ก ขอนแก่น ยังมีเรื่อง “เรือเหาะ”ที่จำเป็นต้องปลดประจำการ ซึ่งมีโอกาสจะลามไปถึง”จีที 200″
พอถาม”ที่ดิน 2 ข้างทางรถไฟ”ก็จำเป็นต้อง”วีนแตก”
ถามว่าบรรดาปัญหาอันสุมรุมเข้ามาเรื่องแล้วเรื่องเล่ามาจากเหตุ ปัจจัยอะไร
เป็นเพราะปรปักษ์ เป็นเพราะฝ่ายตรงกันข้าม กระนั้นหรือ
เรื่องป่าเสื่อมโทรม ห้วยเม็ก ขอนแก่น ไม่ใช่เพราะเด่นชัดว่าเป็นเรื่อง “ประชารัฐ” เรื่องเรือเหาะ ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นดุลพินิจของทบ.
ยิ่งเรื่องเรื่องทีดิ่น 2 ข้างทางรถไฟ ยิ่งเป็นเรื่องอันเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง
มาจากสีจิ้นผิง มาจากอาเบะ มิใช่หรือ

