หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ปลื้ม!...

บิ๊กตู่ปลื้ม! อิหร่านสนใจซื้อข้าวคุณภาพดีจากไทย ผลักดันเพิ่มท่องเที่ยว-พลังงาน

11.03.16 | 14:43 น.

บิ๊กตู่ปลื้ม! อิหร่านซื้อข้าวจากไทย พร้อมรื้อฟื้นการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม-ก๊าซ ดันความร่วมมือด้านพลังงาน

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโมฮัมหมัด จาหวัด ซาริฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชื่นชมนายโมฮัมหมัด จาหวัด ซาริฟ ในฐานะผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจากับกลุ่มประเทศมหาอำนาจจนนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการใช้การทูตแก้ไขปัญหาในประเด็นความท้าทายระดับโลก นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่จะกระชับความสัมพันธ์ในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและความสนใจร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ โดยเห็นว่าควรเร่งดำเนินการในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันทีให้เกิดขึ้นภายในปีนี้ และวางแผนความร่วมมืออนาคตในระยะกลางและระยะยาว

พล.ต.วีรชนกล่าวว่า ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ไทยและอิหร่านเพิ่งบรรลุข้อตกลงเพื่อให้แผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2559 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศสามารถส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ได้แก่ การค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่ง โดยที่นายกรัฐมนตรีต้องการส่งเสริมให้อิหร่านซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 80 ล้านคน เป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยในตะวันออกกลาง และให้ไทยเป็นศูนย์กระจายสินค้าให้แก่อิหร่านในอาเซียน ขณะที่ด้านการเกษตร นายกรัฐมนตรียินดีที่ทราบว่าอิหร่านต้องการซื้อข้าวจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ไทยมีข้าวหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงหรือข้าวที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งยังมีสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่มีคุณภาพดีและราคาไม่แพง

พล.ต.วีรชนกล่าวอีกว่า สำหรับภาคการเงินการธนาคาร สองฝ่ายเห็นว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน จะทำให้ภาคการเงินการธนาคารของทั้งสองประเทศกลับมาติดต่อสัมพันธ์และมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น จึงควรส่งเสริมให้ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ของทั้งสองประเทศเร่งติดต่อและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงินของภาคเอกชน ด้านพลังงาน ไทยและอิหร่านเห็นพ้องที่จะมีความร่วมมือในสาขาพลังงาน ซึ่งเป็นสาขาที่อิหร่านมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และปิโตรเคมี โดยไทยพร้อมให้มีการรื้อฟื้นการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียมและก๊าซในอิหร่าน รวมถึงการฟื้นฟูความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบบันทึกความเข้าใจด้านปิโตรเลียมระหว่างกระทรวงพลังงานไทยกับกระทรวงปิโตรเลียมอิหร่าน ด้านการท่องเที่ยว อิหร่านต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากไทยและส่งเสริมให้ไทยไปลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอิหร่าน โดยเห็นพ้องที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พิจารณาเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างกัน รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบแพคเกจ

“ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการความร่วมมือต่างๆ กับอิหร่านในทุกด้าน เพื่อปูพื้นฐานความสัมพันธ์สู่อนาคต โดยที่รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ประเทศไทย ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจทางการเมือง และจะคืนอำนาจให้กับประชาชนตามโรดแมปที่ได้วางไว้ในปี 2560 ซึ่งรัฐมนตรีอิหร่านได้กล่าวสนับสนุนการทำงานของนายกรัฐมนตรีและการสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศ” พล.ต.วีรชนกล่าว

Advertisement