เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีปรารภในที่ประชุมครม.ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีระบุถึงเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ใช้ปัจจุบันไม่สามารถตอบรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้เนื่องจากต่ำเกินไป จึงมีแนวโน้มที่จะยกระดับเบี้ยผู้สูงอายุให้สูงขึ้น โดยรัฐบาลต้องหางบประมาณมาสนับสนุนจำนวนมาก อาทิ เรื่องการตั้งกองทุน อย่างไรก็ตามนายกฯย้ำในครม.วันเดียวกันนี้ว่าในเดือนต.ค.นี้ให้กระทรวงการคลังประกาศให้ได้ว่าผู้สูงอายุที่มีรายได้สูง ใครพร้อมเสียสละไม่รับเบี้ยยังชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้สิทธิแก่ผู้อื่น เพื่อกระจายการดูแลของรัฐบาลไปยังผู้สูงอายุที่ยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ ถือเป็นความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน
“นายกฯเคยบอกเป็นหลักการว่า ประเทศไทยวันนี้เราหารยาวไม่ได้ คือ บ่งเฉลี่ยให้ทุกคนเท่ากันหมดคงไม่เหมาะสมกับประเทศไทย บางเรื่องอาจต้องหารยาว แต่บางเรื่องอาจจำเป็นต้องช่วยเหลือคนที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดีเท่าคนที่มีฐานะที่ดีแล้ว แต่ต้องเกิดจากความสมัครใจ อย่างไรก็ตามจะได้มีการประกาศตัวอย่างของคนไทยที่พร้อมจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนอื่น ส่วนจะมีรางวัล เป็นเครื่องปลอบใจ ยกย่องคุณงามความดี เป็นตัวอย่างแก่คนอื่น ยกย่องให้เหรียญตรา หรืออะไรก็ว่ากันไป” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

