
…ไม่ว่าจะเรียกว่า “พรรค” หรือไม่ แต่ “กลุ่มการเมือง” ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ครองอำนาจยาวนานสู่ปีที่ 4 ดูเหมือนจะเคลื่อนสู่ “มวลชน” มากขึ้น ด้วย “ครม.สัญจร” จัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ด้วยความคึกคัก อย่างมี “ยุทธศาสตร์” ด้วยพื้นที่ลงไปนั้นหากใครสักคนบอกว่า “หวังผลสร้างพันธมิตร” ย่อมไม่ผิดนัก เริ่มจาก “โคราช” ที่ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กับ “เครือข่าย” มาถึง “สุพรรณบุรี” ของ “ศิลปอาชา” สำหรับ อนุทิน ชาญวีรกูล และ เนวิน ชิดชอบ แค่มองตาก็รู้ใจอยู่แล้ว เพียงแต่ “นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” เหล่านี้ “นอกจากหวังร่วมรัฐบาล” แล้ว “นักการเมืองสายสถาปนาอำนาจให้ตัวเอง” จะต้องประเมินให้ขาดว่า ในใจของพวกเขามีแต่อยากร่วมรัฐบาล โดยไม่คิดถึง “ชะตากรรมของประชาธิปไตย” ซึ่งเป็น “ฐานอำนาจที่ยั่งยืนกว่าของพวกเขา” จริงหรือ
…ที่น่าใคร่ครวญอย่างยิ่งคือ “นักการเมืองที่มาจากความไว้วางใจของประชาชน” พวกเขายินยอมพร้อมใจจริงหรือ ที่จะเดินทางอย่างที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำ “ประชาธิปัตย์” เดิน หลายคนที่ยืนอยู่ใน “พรรคเหล่านั้น” โดยเฉพาะ “คนรุ่นใหม่ในชาติไทยพัฒนา” จริงหรือที่พวกเขาจะเริ่มต้น “ชีวิตการเมือง” ด้วยวิธีการเช่นนั้น ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวที่ “ประชาชนทั่วไป” จะติดตามด้วยใจระทึกยิ่งใน “อุดมการณ์” ของเขาเหล่านั้น แต่ “บูรพาพยัคฆ์” น่าจะต้องประเมินอย่างเข้มข้นด้วยว่า “หนทางบนหลังเสือ” ที่จะต้องอยู่บนนั้นต่อไปอีกยาวนาน จะรักษาเสถียรภาพได้อย่างไร
…แม้มีเสียงหนักแน่นว่า “การเลือกตั้ง” จะยังไม่เกิดขึ้นภายในปีหน้า เชื่อกันว่าจะยืดเยื้อยาวไปถึงปีโน้น ทว่าในวาระ “4 ปี” ของรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรเสียต้องมีคำถามจากทุกกลุ่มทุกฝ่าย อย่างน้อยต้องมี “วิเคราะห์ถึงผลงานในทุกด้าน” อย่าง “แผ่นดินที่งดงาม” ตามที่ “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” นั้น “4 ปีที่ผ่านมา” แนวโน้มเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น “เศรษฐกิจปากท้องประชาชน-พัฒนาการทางการเมือง-ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” และเรื่องอื่นๆ ที่ “ประชาชน” แลกด้วย “สิทธิเสรีภาพ” มายาวนานนั้น “มีหน่อของความหวังโผล่มาให้เห็นหรือไม่” หรือแท้จริงแล้วในแต่ละเรื่องนั้น “กำลังจะนำประเทศไปสู่อะไร”
…หนีไม่พ้นที่ “วาระ 4 ปีในอำนาจ” จะเป็นปัจจัยที่สร้างคำถามเหล่านั้นคืนมา และฝ่ายที่มีหน้าที่ต่างๆ จะช่วยกันหาคำตอบ แม้จะแน่นอนว่าสามารถจัดการให้ “บางคำตอบ” หรือว่ากันให้ถึงที่สุดคือ “คำตอบกระแสหลัก” เป็นที่พึ่งพิงเพื่อให้เป็นเหตุผลบอกกล่าวกับประชาชนได้ แต่ “ความจริงก็คือความจริง” และความจริงที่หนักแน่นจะถูกนำเสนอผ่านมุมมองของ “สื่อหรือองค์กรต่างชาติ” ที่ไม่อยู่ในขอบแขตที่จัดการได้ นั่นคือ “โลกาภิวัตน์” ที่โลกเชื่อมข้อมูลความรู้เข้าถึงกันอย่างที่ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” ปิดกั้นไม่ได้
…คำตอบที่น่าสนใจที่สุดคือ การเดินหน้าเข้าสู่ “4 ปีอำนาจบูรพาพยัคฆ์” แท้จริงแล้วยาวนานพอที่จะ “เป็นตัวของตัวเอง” หลุดออกจากการควบคุมของ “กลุ่มอำนาจเก่า” หรือไม่ สร้าง “บารมีของตัวเอง” ต่อ “กลไกอำนาจ” จน “ยืดอกเชิดหน้า โดยไม่ต้องฝืนยิ้ม” ได้จริงหรือไม่ คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้สะท้อนออกมามากยิ่งขึ้นในช่วงนี้ หากมองที่ “ต้นทางของเสียง” ย่อมประเมินความหมายออกว่า “ที่จะเกิดขึ้นในศูนย์กลางอำนาจนับจากนี้คืออะไร”
…และเสียงหนึ่งที่จะต้องจับตาเป็นพิเศษหลังจากนี้คือ “เสียงสะท้อนจากการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ” กระแสในแบบ “พวกพ้อง ยึดติดสถาบัน” หรือกระทั่ง “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ได้บดบัง “ความรู้ ความสามารถ ความดี” ในความรู้สึกนึกคิดของ “ผู้มีอำนาจ” ไปหมดแล้ว และมันจะไม่ใช่เป็นเพียงเสียงบ่น
แต่จะนำมาซึ่งการเปิดโปง หรือปฏิบัติการต่างๆ ให้เห็นปัญหามากขึ้น หากมองไปที่ “กระทรวงมหาดไทย” ในช่วงนี้ อาจจะค่อยๆ เห็นความชัดเจนของปรากฏการณ์นั้น เป็นความชัดเจนที่มากับข่าว “ความอึดอัด คับข้องของข้าราชการที่มาจากต่างสถาบันแล้วมองไม่เห็นอนาคตในหน้าที่การงานของตัวเอง”
…ใน “ธุรกิจการบิน” ที่การแข่งขันสูงยิ่ง หากไม่บริหารจัดการให้ดี ให้ถูก ปัญหาจะตามมาเป็นลูกโซ่ และความเสียหายจะระเนระนาดต่อเนื่องเป็นโดมิโน “เงินเดือนพนักงาน” โดยเฉพาะ “กัปตัน” เริ่มจะเป็นปัญหาใหญ่ของ “การบินไทย” ซึ่งเป็น “สายการบินแห่งชาติ” เมื่อเทียบรายได้ของตัวเองกับ “สายการบินอื่น” แล้วเห็นชัดว่า “ต่างกันลิบลับ” นำมาซึ่งความคิด “ทิ้งที่เก่าไปอยู่ที่ใหม่” และที่จะตามมาคือ “ความขาดแคลนนักบิน” ที่จะต่อเนื่องด้วย “คุณภาพของสายการบิน” จะป้องกันอย่างไร ให้ไม่ไปถึง “ต้องแก้ไข” ซึ่งจะหนักหนากว่า หาก “บอร์ด” ไม่คิด “รัฐบาล” ก็ต้องทำ ด้วย “เงินภาษีของประชาชน” ควรเอาไปใช้ในเรื่องอื่น ไม่ใช่อุดให้ “หน่วยธุรกิจรัฐ” แบบไม่รู้จักจบจักสิ้น
ชโลทร

กำกับดูแลกิจการที่ดี มีการจัดอันดับ CG Scoring ในระดับ 4 ดาวขึ้นไป เสนอขายครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 กันยายน 2560 จำหน่ายผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ



และต่อต้านการทุจริตในองค์กร ประจำปี 2560 โดยรับมอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สะท้อนถึงการบริหารงานด้วยความสุจริตโปร่งใส สร้างความภาคภูมิใจแก่พนักงาน กฟน. ณ รร.ริชมอนด์ จ.นนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้


