หน้าแรก การเมือง ถาวร จี้ดับไฟ...

ถาวร จี้ดับไฟใต้ รบ.ควรทบทวนการทำงานตัวเองด้วย จะโทษนักการเมืองไม่ได้แล้ว

22.09.17 | 14:58 น.
แฟ้มภาพ

“ถาวร” จี้ รัฐ เข้มบังคับใช้กม. หลังเกิดเหตุระเบิด “ปัตตานี –ยะลา” แนะ กำหนดเงื่อนไขพูดคุยให้ชัดเจน ยัน เรื่องนี้โทษนักการเมืองไม่ได้


เมื่อวันที่ 22 กันยายนมนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีเหตุระเบิดที่ จ.ยะลาในวันที่ 19 กันยายน และเหตุระเบิดที่ จ.ปัตตานีในวันที่ 22 กันยายนว่า ถือเป็นการก่อเหตุที่ถี่และรุนแรงมาก ซึ่งกลุ่มที่ก่อการนั้นมีความต้องการจะแบ่งแยกดินแดนอย่างชัดเจน เป็นกลุ่มก่อการที่มีจำนวนแค่น้อยนิด แต่ทรงประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจาก 1. เขาสามารถประกอบวัตถุระเบิดเองได้ 2.เขาสามารถจะลำเลียงวัตถุระเบิดผ่านไปไหนมาไหนได้ ดังนั้นตนขอย้ำว่า ภาครัฐจะต้องเข้มงวดในเรื่องงานข่าว เข้มงวดในด้านการตั้งจุดตรวจให้มากและเข้มข้นกว่านี้อีก โดยผู้บังคับบัญชาจะต้องลงมาดูแลกำกับจุดตรวจด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าทางฝ่ายรัฐบาลอาจจะยังไม่ได้เจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างซึ่งมีหลายพวก นายถาวร กล่าวว่า กลุ่มที่ยังไม่เจรจาคือกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งแนวทางของเขาก็ยังคงใช้ความรุนแรงอยู่ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลได้มีการเจรจากับทุกกลุ่มโดยแบ่งแยกกันทำหน้าที่ แต่ว่าไม่ได้นำเอาเรื่องการเจรจาขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ จึงทำให้ไม่เกิดลักษณะการหาเสียงจากทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตามในสมัยของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับเอาเรื่องการเจรจาขึ้นมาอยู่บนโต๊ะทำให้เกิดภาพการหาเสียงจากทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยอวดอ้างว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้โดยใช้มาเลเซียเป็นสะพาน ซึ่งท้ายที่สุดก็ได้เห็นผลแล้วในปัจจุบันว่าสิ่งที่นายทักษิณได้ทำนั้นประสบความสำเร็จแค่ไหน

เมื่อถามย้ำว่า การเจรจาควรจะดำเนินไปกับทุกกลุ่มและเป็นไปในทางลับใช่หรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า คงจะเจรจาลับไม่ได้ เพราะทุกวันนี้พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ก็ออกมาคุยโม้ ออกมาตีปี๊บแทบทุกครั้งเวลาจะลงไปเจรจาทีหนึ่ง ดังนั้นตนขอเรียกร้องว่าการเจรจาจะต้องดำเนินต่อไป แต่ต้องตั้งเงื่อนไขกับฝ่ายที่มาเจรจาให้ชัดเจน และใช้การเมืองนำการทหารโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเข้มข้นกับทุกฝ่ายไม่ว่าจะมาเจรจาหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายทหารซึ่งเป็นผู้คิดและกำหนดนโยบายและเป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติตั้งแต่เข้ามามีอำนาจในปี 2557 เมื่อผลออกมาในลักษณะนี้ทหารก็ควรจะทบทวนการทำงานของตัวเองว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้คงจะไปโทษนักการเมืองไม่ได้แล้วเพราะว่าไม่มีนักการเมือง

Advertisement