เมื่อวันที่ 11มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์และคัดค้านคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9 /2559 โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เป็นการเปิดช่องให้เอกชนรับโครงการรัฐบาลโดยไม่การประเมินผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เสร็จสิ้น ว่า ภาคเอ็นจีโอก็มีตัวแทนอยู่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)และได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ร่วมกันในสปท.ส่วนรัฐบาลเห็นด้วยกับประเด็นที่เป็นหลักการใหญ่ตามที่สปท.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอโดยเฉพาะเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และจะเดินหน้าขับเคลื่อนงานและรายงานไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า (คสช.)เพื่อให้ความเห็นชอบและขับเคลื่อนงานร่วมกันต่อไป
“ฟังดูจากกลุ่มที่เขาคัดค้าน เขาบอกต้องการให้มีการปฏิรูปและเขาเห็นด้วยกับการ ปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลก็กำลังดำเนินการอยู่ และการเร่งรัดการปฏิรูปก็ไม่ได้หมายความว่าจะเร่งรัดเพื่อลดขั้นตอน แต่เร่งรัดเพื่อให้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่สปท.เสนอ นี่คือหัวใจของเรื่องนี้”นายสุวพันธุ์ กล่าวและว่า คำสั่งตามมาตรา 44 ที่ออกมาก็ว่ากันไปส่วนการปฏิรูปในเรื่องนี้ก็ว่าไป เพราะการปฏิรูปมีเรื่องของการประเมินผลสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเดินไปร่วมกันระหว่างฝ่ายราชการและสภาขับเคลื่อนที่มีตัวแทนจากภาคต่างๆเข้ามาร่วมศึกษาด้วยตลอด ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นด้วยเรื่องการปฏิรูปจะเดินไปคู่กันตามนี้ การเร่งรัดเรื่องการปฏิรูปของตนไม่ได้แปลว่าเร่งรัดเพื่อลดขั้นตอนอย่างที่เข้าใจไม่ใช่การกระเหี้ยนกระหือรือเพื่อจะทำอะไรอย่างที่มีการวิจารณ์ ขอย้ำว่า คำว่าลดขั้นตอนนั้นเป็นการลดขั้นตอนการประเมินเพื่อทำให้ทุกอย่างสั้นลงแต่ไม่เสียคุณภาพซึ่งทางเอกชนซึ่งทางเอกชนก็บอกว่าบางขั้นตอนอย่างล่าช้าเราต้องหาวิธีการทำให้เร็วโดยคุณภาพ ของการประเมินโดยเรื่องนี้อยู่ในกรอบของการปฏิรูปไม่ใช่เรื่องใหม่ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลไปกำหนดกฎกติกาใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะมีการทำความเข้าใจกับกลุ่มเอ็นจีโอบางส่วนที่ยังคัดค้านในเรื่องนี้อย่างไร นายสุวพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้อยู่ ตนคิดว่าหากยังมีการไม่ค่อยไม่เข้าใจก็ต้องไปชี้แจง

