‘อดีตส.ส.ร.’ชี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ไม่เคยทำผิดตาม รธน.50 ต้องสามารถสมัคร ส.ส.ได้

20.01.16 | 11:37 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.ปี 40 ได้กล่าวถึงกรณีที่โฆษก กรธ. กล่าวถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งถูก สนช. ลงมติถอดถอนจะต้องถูกตัดสิทธิ 5 ปี เมื่อพ้น 5 ปี แล้วจึงจะมีสิทธิสมัคร ส.ส.ได้ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า เป็นการมองด้านเดียว โดยจงใจที่จะมองข้ามความจริงที่ว่าระหว่างที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ใช้บังคับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง จึงไม่ได้ถูกตัดสิทธิ 5 ปี ตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนั้นถูกยกเลิกไปก็ต้องถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ถูกตัดสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น

การที่ สนช.ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งนั้น ไม่มีผลอะไร เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว แต่ถึงขนาดจะเหมาเอาว่า เพราะถูก สนช. ถอดถอนออกจากตำแหน่งก็เลยถูกตัดสิทธิ 5 ปี ตามรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยนั้น ไม่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองในมิติของหลักกฎหมายหรือหลักรัฐศาสตร์

นายคณินกล่าวว่า ถึงแม้จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้ สนช. ทำหน้าที่วุฒิสภาด้วย แต่ก็เป็นวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ใช่วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ถือว่าได้ตายไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และก่อนที่จะตายในวันดังกล่าววุฒิสภาก็ไม่เคยได้ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้น จะมาเหมาเอาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกตัดสิทธิ 5 ปี ได้อย่างไร?

นายคณินกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายจริยธรรมของนายมีชัย ซึ่งเป็นทั้ง คสช. และเป็นประธาน กรธ.ด้วย ว่าจะตั้งธงไว้อย่างไร ? เพราะการที่ สนช. ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์  และต้องถูกตัดสิทธิ 5 ปี ด้วย ก็อาจถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองได้ เพราะถ้าไม่ถูกปฏิวัติก็ไม่มี สนช. เมื่อไม่มี สนช. น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ถูกถอดถอน และเมื่อไม่เคยถูกถอดถอนก็จะไม่ถูกตัดสิทธิ 5 ปี นั่นจึงจะเรียกว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ แต่ถ้าถูกปฏิวัติแล้วยังถูกตัดสิทธิ 5 ปีอีก ก็ไม่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่เรียกว่าเป็น “ขบวนการทำลายล้างคู่ปรปักษ์ทางการเมือง” มากกว่า

ดังนั้น จึงต้องจับตาดู กรธ. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายมีชัยว่าจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร ? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเอาไปเทียบเคียงกับ กรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทั้งนายมีชัย  และ ดร.วิษณุ ได้พร้อมใจกันการันตีว่ามีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะเหตุที่ถูกสั่งปลดออกราชการฐานยื่นเอกสารเท็จเข้ารับราชการทหาร ที่สำคัญ นายอภิสิทธิ์ถูกปลดออกราชการ ฐานประพฤติมิชอบในวงราชการ ในระหว่างที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 102 (6) ยังมีผลใช้บังคับอยู่ จึงถือว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแล้ว ตรงกันข้ามกับในระหว่างที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลใช้บังคับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ดังนั้น ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยจะเขียนออกมาอย่างไรก็ไม่มีผลทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องถูกตัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งแต่ประการใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสิทธิ 5 ปี หรือตัดสิทธิตลอดชีวิตก็ตาม

Advertisement

นายคณินกล่าวในที่สุดว่า อย่าลืมว่าในทางการเมืองถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นฝ่ายถูกกระทำ เนื่องจากถูกยึดอำนาจและไล่ออกจากตำแหน่ง โดยวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ จึงสมควรได้รับการเยียวยามากกว่า ไม่ใช่ถูกซ้ำเติม โดยกระบวนการที่ไม่ปกติ ในสถานการณ์พิเศษ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในระบบกฎหมายไทย ว่า “ผู้ถูกกระทำ ห้ามเยียวยา ผู้กระทำ ห้ามเอาเรื่อง” มันจะเป็นอย่างนั้นไป แล้วจะไปเรียกร้องหาความปรองดองได้อย่างไร ?